Thursday, July 7, 2022
More
    HomeInspiration

    Inspiration

    Breakfast Tips To Stay Healty

    Elegance isn't solely defined by what you wear. It's how you carry yourself, how you speak, what you read. We have got to change our ethics and our personal financial system and our whole way of understanding the world....

    Wine – The Perfect Combination

    Elegance isn't solely defined by what you wear. It's how you carry yourself, how you speak, what you read. We have got to change our ethics and our personal financial system and our whole way of understanding the world....

    Corn With Coffee Is One Of My Favorites

    Elegance isn't solely defined by what you wear. It's how you carry yourself, how you speak, what you read. We have got to change our ethics and our personal financial system and our whole way of understanding the world....

    เมื่อก่อน vs ตอนนี้

    เมื่อก่อน vs ตอนนี้ 1. เมื่อก่อนชอบไปร้านคนเยอะๆ เพื่อไปดูคนอื่น ตอนนี้ชอบไปร้านเงียบๆ เพื่อดูตัวเอง 2. เมื่อก่อนเล็กมือถือรุ่นใหม่ที่สุด ตอนนี้หารุ่นที่ประหยัดสุด เอาแค่พอใช้ 3. เมื่อก่อนยอมเสียเงินเพื่อทำสวยทำหล่อ หรือกับเรื่องทำลายสุขภาพ ตอนนี้ต้องขยันหาเงินมาซ่อมร่าง 4. เมื่อก่อนกลัวงานเยอะเพราะจะไม่ได้เที่ยว ตอนนี้กลัวงานน้อยเพราะเงินจะไม่พอใช้ 5. เมื่อก่อนอ่านหนังสือคือน่าเบื่อ ตอนนี้อ่านหนังสือคือโลกใหม่ 6. เมื่อก่อนชอบเพื่อนเยอะ ตอนนี้ขอเพื่อนน้อยๆ แต่รักกันจริงก็พอ 7. เมื่อก่อนโหยหาดิ้นรนไปร้านเปิดใหม่ ไปอีเวนท์ ตอนนี้ความอยากเหลือแค่ 1 ใน 10 8. เมื่อก่อนชีวิตต้องมีสีสัน ตอนนี้ชีวิตต้องการความสงบ 9. เมื่อก่อน มีโอกาส มีแรง แต่ไม่มีเครื่องมือ ตอนนี้มีเครื่องมือ ยังไม่มีโอกาสจนใกล้หมดแรง 10. เมื่อก่อนโรงเรียนและมหาวิทยาลัยคือ everything ตอนนี้ทั้ง 2 อย่าง...

    ‘ตั้งเป้าหมาย’ เพื่อเติมความสุขให้ตัวเอง

    ทำไมบางคนขยันหาเงินแทบตาย แต่ไม่กล้าใช้เงินเพื่อซื้อความสุขให้ตัวเองเคยเป็นกันมั้ยครับ ทำงานก็หนัก แต่พอจะควักเงินมาใช้ซื้อความสุขให้ตัวเองแต่ละทีนี่คิดแล้วคิดอีกคือถ้าเป็นแบบนี้เพราะแค่อยากออมเงินไว้ ผมว่าไม่มีปัญหาครับ แต่มันจะมีบางจุดสังเกตที่แสดงให้เห็นว่า เรา ‘เข้มงวด’ กับตัวเองเกินไปเรื่องการใช้เงิน ดังนั้น ลองมาดูว่าจุดสังเกตที่ผมพูดถึงมีอะไรบ้าง พร้อมวิธีแก้ไขครับจุดสังเกตที่ 1 : เรามุ่งมั่นเก็บเงิน แต่ดันไม่มีเป้าหมายการใช้เงินใครเป็นแบบนี้ ขอแนะนำให้ ‘ตั้งเป้าหมาย’ ระยะสั้นและระยะยาวว่าจะแบ่งเงินไปใช้กับอะไร เพื่อเติมความสุขให้ตัวเองครับตัวอย่างเป้าหมายระยะสั้น เช่น เดือนนี้เราจะใช้เงินส่วนหนึ่งไปกับการเที่ยวต่างจังหวัด เดือนหน้าเราจะซื้อเสื้อผ้าแบบที่อยากลองใส่มาตลอด และจะซื้อของโปรดที่ชอบทาน ส่วนเป้าหมายระยะยาวก็เช่นในอีก 3 ปีข้างหน้าเราจะนำเงินเก็บไปซื้อบ้านจัดสรรสไตล์ที่อยากได้มานาน เป็นต้นครับจุดสังเกตที่ 2 : เราไม่อยากเสียเงินซื้อของดีๆ ให้ตัวเองของที่ผมพูดถึงไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง สมมติว่ากำลังหาซื้อคอนแทคเลนส์ เราก็จะเลือกยี่ห้อถูกกว่าแล้วยอมทนตาแห้ง แทนที่จะซื้อยี่ห้อแพงขึ้นมาอีกหน่อย แต่ใส่แล้วรู้สึกสบายตามากกว่าผมเลยขอแนะนำว่า ถ้าอะไรช่วยให้ชีวิตของเราสะดวกสบายก็อย่ารู้สึกผิดตอนจ่ายเงินเลยครับ เพราะสุดท้ายคนที่เราควรใส่ใจดูแลที่สุดก็คือตัวเองจุดสังเกตที่ 3...

    ความสำเร็จต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง

    เมื่อปลายปีก่อน ผมเขียนชวนให้มาเก็บเงินกันเล่นๆ เริ่มต้นจากวันละ 10 บาท และเพิ่มขึ้นวันละ 1 บาท ทุกวันไปจนสิ้นปี ถ้าทำได้ เราจะมีเงินเก็บจากตรงนี้เท่ากับ 70,080 บาท ถ้าใครทำไปพร้อมกัน จะได้เงินตามรูปนี้ครับ เงินส่วนต่างที่งอกขึ้นมาคือดอกเบี้ย และตามประเภทของบัญชีเงินฝาก ของผมเป็น e-saving จึงได้ดอกเบี้ยมากขึ้นนิดนึง ซึ่งผมคิดว่าไม่ใช่สาระสำคัญอะไรมาก ผมคิดว่า สิ่งสำคัญที่ได้จากการเก็บเงินนี้คือ มันสอนให้เราเห็นองค์ประกอบของความสำเร็จครับว่ากว่าจะมาเป็นความสำเร็จอะไรสักเรื่องให้เราเห็น มันต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง 1. เราต้องรู้ก่อนว่าเราอยากทำอะไร ความชัดเจนคือหัวใจของเรื่องนี้ ถ้าเราสามารถมีภาพจบในหัวว่าความสำเร็จที่เราต้องการมันจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร เราจะทำมันได้ง่ายขึ้น และอดทนอยู่กับมันได้ยาวนานขึ้น อย่างกรณีการเก็บเงินนี้ก็เหมือนกัน ภาพจบของมันคือจำนวนเงิน 70,800 บาท ทุกวันที่เราเก็บเงิน จำนวนเงินสะสมก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากหลักร้อย เป็นหลายร้อย กลายเป็นพัน เผลอแป๊บเดียวกลายเป็นหมื่น และหลายหมื่น ทุกครั้งที่ตัวเลขมันเปลี่ยนหลัก ก้าวข้ามแต่ละจุดสำคัญนี่ หัวใจมันพองโตมากครับ โดยเฉพาะตอนช่วงขึ้นเป็นหลักหมื่น บอกเลยว่าแทบไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่ามาถึงตรงนั้นได้อย่างไร ผมเชื่อว่าถ้าเราอินกับสิ่งที่เราทำมากๆ เราจะมีภูมิต้านทานการเลิกทำมากขึ้น และพาจนทำมันจนสำเร็จได้ในที่สุด . 2. เริ่มทำจากจุดเล็กๆ และขยายใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่มีความสำเร็จไหนที่เปิดมาทำครั้งเดียวเปรี้ยง...

    Popular posts

    Must Read