Thursday, July 7, 2022
More

    trickofthetrade.th

    ZOOM

    Zoom โปรแกรมการประชุมออนไลน์อันดับหนึ่งของโลก โดยปัจจุบัน zoom มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 48.7% ทิ้งห่างอันดับ 2 Google Meet ห่างพอสมควร โดย Google Meet มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 21.8% ในขณะที่ MS Team มีส่วนแบ่ง 14.3% ตามมาเป็นอันดับ 3 ล่าสุด Zoom...

    เราติดนิสัยชอบพูดแทรกในวงสนทนาอยู่หรือเปล่า ?

    เคยสังเกตไหมครับว่าแทบในทุกวงสนทนาน่าจะมีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ติดพูดแทรกคนอื่นตลอดเวลา ซึ่งนิสัยนี้คงทำให้คนรอบข้างรู้สึกกวนใจไม่น้อย แล้วทำไมคนเราถึงชอบพูดแทรกกันนักล่ะ… ผมคิดว่ามีหลายสาเหตุครับ เช่น บางคนชอบแสดงความคิดเห็น บางคนอยากเล่าเรื่องของตัวเอง บางคนก็กลัวลืมว่าจะพูดอะไรเลยโพล่งออกมา ณ ตอนนั้นเลย ทั้งๆ ที่ถ้าเรารู้จักอดใจรออีกฝ่ายพูดจบก่อน ยังไงก็ต้องมีจังหวะให้เราพูดบ้างครับ เมื่อรู้สาเหตุคร่าวๆ แล้วลองมาดูว่าเราควรแก้นิสัยชอบ ‘พูดแทรก’ ของตัวเองยังไง ให้เป็นคนที่ใครๆ ก็อยากคุยด้วย 1.ลองเม้มปากหรือเอามือบังปากไว้ วิธีนี้ง่ายที่สุดครับ คืออย่างน้อยๆ ถ้าเราเม้มปากหรือเอามือบังปากไว้ มันจะเป็นการเตือนสติตัวเองว่า “พยายามอย่าพูดแทรกคนอื่นนะ” แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาด้วยนะครับว่าเรากำลังคุยกับใครในสถานการณ์ไหน ท่าทางแบบนี้เหมาะสมมั้ย ไม่งั้นทุกคนจะมองว่าเราเป็นคนบ้าครับ 2.อย่าเพิ่งรีบพูดอะไรถ้าอีกฝ่ายเงียบ ถ้าอยู่ดีๆ อีกฝ่ายหยุดพูด เราก็อย่าเพิ่งพูดแทรกในทันที...

    ชีวิตทุกวันนี้ยากพอแล้วแต่เราจะลดความยากได้ ถ้าเราเลิกพยายามทำอะไรตามใจคนอื่นถ้าในมุมของการเอาใจโลกมีคน 3 ประเภทกลุ่มแรก คือคนที่เราพยายามตามใจกลุ่มนี้ มีจำนวนเยอะสุด เราเจอเป็นประจำทุกวันบ้าง นานๆเจอทีบ้าง หรือเจอไม่เคยเจอตัวจริงกันเลย เจอแต่ในโซเชี่ยลก็มีเยอะเอาจริงๆ กลุ่มนี้เค้าไม่ได้สนใจอะไรเราเท่าไหร่หรอกไม่ต้องไปแคร์มาก ไม่ต้อง keep look ให้ดูดีตลอดหรือไม่ต้องพยายามไปทำอะไรให้พวกเค้าถูกใจเพราะบางเรื่องถูกใจคนนี้ ไม่ถูกใจคนนั้น ปวดหัวเปล่าๆช่างแม่ง บ้างกลุ่มที่สอง คือคนที่เราสามารถตามใจเค้าได้จริงคือสิ่งที่เค้าเห็นค่าและอนุญาตในสิ่งเราพยายามตามใจถ้าใครมี ก็ถือว่าโชคดี รักษาไว้ให้ดี และดูแลกันไปคนสุดท้ายคือตัวเราเองคนสำคัญที่สุดที่เรามักมองข้ามเสมอตามใจตัวเองเยอะๆ อยากทำอะไรก็ทำ อย่าปล่อยให้ใครมาค้านตามใจตัวเองบ่อยๆ...

    ทำยังไงให้คุณไม่เป็นหัวหน้าที่ลูกน้องรู้สึกอึดอัดเวลาทำงานด้วย

    เคล็ดลับปรับตัวเองต้อนรับปีใหม่… ขึ้นปีใหม่แล้ว หลายคนคงอยากเปลี่ยนตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้น ทั้งในฐานะคนธรรมดาคนนึง และในฐานะคนทำงาน แต่กว่าจะปรับตัวเองได้ คุณต้องตระหนักก่อนว่าเรื่องไหนเป็นปัญหา วันนี้ผมเลยอยากมาชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมไหนบ้างที่ลูกน้องพร้อมร้องอี๋ คุณจะได้ไม่เผลอทำหลังจากนี้ครับ1.ไม่เคยใส่ใจใครอย่างถ้าช่วงไหนลูกน้องมีปัญหาส่วนตัว เช่น ต้องลางานไปดูแลเรื่องความเจ็บป่วยของคนในครอบครัว แล้วคุณไม่คิดจะไถ่ถามความเป็นไป เอาแต่เร่งว่าเมื่อไหร่จะกลับมาทำงานตามปกติ ลูกน้องคงรู้สึกน้อยใจ และอยากให้หัวหน้าใส่ใจในฐานะมนุษย์คนนึงมากกว่านี้ถ้าไม่อยากให้ลูกน้องเครียดไปกว่าเดิม ผมอยากให้คุณมองเขาเป็นเพื่อนคนนึงครับ ลองคิดดูว่าถ้าเพื่อนคุณเจอปัญหาแบบเดียวกัน คุณคงใส่ใจและไม่อยากกดดันเพื่อนแบบนั้น กับลูกน้องก็เหมือนกันครับ2.ใช้ความกลัวครอบงำโดยตั้งเงื่อนไขกับลูกน้องว่าถ้าทำหรือไม่ทำแบบไหนจะโดนไล่ออก ทั้งที่สิ่งนั้นๆ อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย ผลที่ตามมาคือลูกน้องจะรู้สึกหวาดระแวง และสนิทใจกับคุณน้อยลงผมเลยขอแนะนำว่า การพูดโน้มน้าวอย่างมีศิลปะก็ช่วยให้ลูกน้องอยากทำงานให้คุณได้...

    ใช้เวลาวันหยุดอย่างไร เพื่อให้ได้พลังทำงานตลอดสัปดาห์ 

      1. นอนหลับให้เพียงพอ ทุกคนรู้ดีว่าการนอนหลับให้เพียงพอทำให้ร่างกายและสมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็เป็นสิ่งที่ดูจะพูดง่ายแต่ทำยากสำหรับหลายๆ คนที่มีความกังวลและคิดมากจนนนอนไม่หลับ หรือต้องทำงานล่วงเวลาจนดึกดื่น จากการอ่านบทสัมภาษณ์ของ Tim Cook, Bill Gates, Jack Dorsey และ Jeff Bezos นั้น ทุกคนบอกว่านอนวันละเจ็ดชั่วโมงต่อคืน ดังนั้นพยายามนอนให้ได้ 7 ชั่วโมงต่อคืน อย่าหักโหมทำงานจนดึกดื่นในวันธรรมดาและเหลือเวลานอนแค่ห้าชั่วโมงต่อคืนเพราะคิดว่าชดเชยด้วยการนอนตุนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์แทนก็ได้ เพราะผลที่ได้มันต่างกันมาก    2. ใช้เวลากับครอบครัว...

    ความสำเร็จต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง

    เมื่อปลายปีก่อน ผมเขียนชวนให้มาเก็บเงินกันเล่นๆ เริ่มต้นจากวันละ 10 บาท และเพิ่มขึ้นวันละ 1 บาท ทุกวันไปจนสิ้นปี ถ้าทำได้ เราจะมีเงินเก็บจากตรงนี้เท่ากับ 70,080 บาท ถ้าใครทำไปพร้อมกัน จะได้เงินตามรูปนี้ครับ เงินส่วนต่างที่งอกขึ้นมาคือดอกเบี้ย และตามประเภทของบัญชีเงินฝาก ของผมเป็น e-saving จึงได้ดอกเบี้ยมากขึ้นนิดนึง ซึ่งผมคิดว่าไม่ใช่สาระสำคัญอะไรมาก ผมคิดว่า สิ่งสำคัญที่ได้จากการเก็บเงินนี้คือ มันสอนให้เราเห็นองค์ประกอบของความสำเร็จครับว่ากว่าจะมาเป็นความสำเร็จอะไรสักเรื่องให้เราเห็น มันต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง 1. เราต้องรู้ก่อนว่าเราอยากทำอะไร ความชัดเจนคือหัวใจของเรื่องนี้ ถ้าเราสามารถมีภาพจบในหัวว่าความสำเร็จที่เราต้องการมันจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร เราจะทำมันได้ง่ายขึ้น...
    Advertisingspot_img

    Popular posts

    My favorites

    I'm social

    0FansLike
    0FollowersFollow
    3,384FollowersFollow
    0SubscribersSubscribe