Monday, August 15, 2022
More
    HomeInspirationFuture of Entrepreneur

    Future of Entrepreneur

    Future of Entrepreneur (แบบเต็ม)

    เมื่อวานมีโอกาสไปเล่าเรื่องอนาคตของการเป็นผู้ประกอบการ ในงาน #CTC2022
    โดยเป็นการเสริมมุมมองของผมและคุณโธมัส แห่ง anitech ผู้เขียนหนังสือ ทะยาน

    ขออนุญาตสรุปในส่วนของผมแบบเต็มให้ตรงนี้ เนื่องจากมีเวลาจำกัดบนเวที ทำให้ไม่ได้มีโอกาสเล่าในบางมุม

    อนาคตของการเป็นผู้ประกอบการ จะเป็นอย่างไร

    1. ธุรกิจจะทำกำไรผ่านต้นทุนที่ลดลง
    การจะหวังทำกำไรผ่านการขายมากขึ้นเพียงอย่างเดียวจึงยากมากกว่าเดิม เพราะต้นทุนทุกอย่างแพงขึ้น (วัตถุดิบ/การตลาด/ค่าแรง ฯลฯ) และการแข่งขันก็สูง+ยากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย การหันมาจัดการกับต้นทุน (Costs) ของตัวเอง คือสิ่งที่เราทุกคนควบคุมผลลัพธ์ได้ง่ายกว่าเพราะเราแค่จัดการเรื่องของตัวเองให้ดีขึ้นก่อนก็พอ

    2. ของที่ดีที่สุดอาจจะแพ้ของที่ขายไวที่สุด
    เดี๋ยวนี้ช่องทางการเสียเงินมีเยอะและง่ายมาก กว่าลูกค้าจะได้เห็นของดี เงินในกระเป๋าอาจจะหมดไปก่อนแล้วก็ได้ กลยุทธ์นึงที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการคือ ทำของให้ดีมากพอแต่ขายให้ได้ไวกว่า

    3. เริ่มต้นทำความรู้จักกับลูกค้ากลุ่มใหม่ได้แล้ว
    ปีนี้เป็นปีแรกที่ Gen Z เริ่มเข้าสู่ตลาดคนวัยทำงาน แปลว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาพฤติกรรมลูกค้าใหม่ ที่ผ่านมาเราอาจจะเก่งกับการขายคนรุ่นเดียวกันหรือห่างกันรุ่นเดียว แต่นับจากนี้ เรากำลังคุยกับคนอีกรุ่นแล้ว ลองทำความเข้าใจว่า
    เค้าทำอะไร ? ใช้ชีวิตแบบไหน ? อยู่ไหน ? ทำงานแบบไหนอย่างไร ? พฤติกรรมอย่างไร ? เพราะวิธีที่เคยใช้ได้ผล อาจจะไม่เวิร์คอีกต่อไป

    4. เตรียมรับมือกับแข่งขันแบบไร้กระบวนท่า คาดเดาไม่ได้
    สมัยนี้ใครๆ ก็เริ่มทำธุรกิจได้ง่ายมาก ผลสำรวจในต่างประเทศบอกว่ากว่า 60% ของคน Gen Z อยากทำธุรกิจ ไม่อยากทำงานประจำ ดังนั้นจะมีคนมาแข่งกับเราเยอะขึ้นหลายเท่าตัว และเด็กจบใหม่ที่ไม่เคยผู้กำหนดทิศทางหรือรูปแบบการคิดงาน จะมีไอเดียที่สดใหม่จนคนที่มาก่อนคิดไม่ถึงและตามไม่ทัน

    5. ผู้ประกอบการจะมัวยึดแผนประจำปีไม่ได้แล้ว
    การมี Year Plan เพื่อทำทุกอย่างให้ได้ตามแผนนั้นแล้วดีใจกับการได้ทำตามแผนครบโดยไม่ยอมปรับเปลี่ยนจะทำให้ธุรกิจมีปัญหา
    แผนงานมีแค่บอกทาง แต่ทุกก้าวให้ปรับวิธีการ

    6. การ collabs ไม่ใช่การร่วมมือกันของ แบรนด์A กับ B แต่จะเป็นการร่วมมือกับลูกค้า เพราะลูกค้าจะช่วยให้แบรนด์เป็นหนึ่งเดียวกัน

    7. ผู้ประกอบการจะอยู่ในโลกแห่งความเท่าเทียมอย่างสมบูรณ์แบบ
    โลกมีเครื่องมือพร้อมขึ้น โอกาสเปิดกว้างขึ้น เช่นทุกคนมีสื่อในมือ ทุกคนสามารถใช้ซอฟ์ทแวร์ราคาเอื้อมถึงได้ แปลว่าทุกคนมีโอกาสเท่ากัน และการแข่งขันก็จะสูงตามขึ้นไปด้วยเช่นกัน สิ่งที่ทำให้เรามาถึงจุดนั้นได้คือเทคโนโลยี

    8. ต้องใช้ระบบช่วยในการทำงาน
    ผู้ประกอบการต้องเข้าใจว่าเราต้องการให้ระบบอะไรบ้างในการทำงาน เราอยากได้อะไรจากระบบนั้น และใครสามารถทำให้ระบบนั้นเกิดขึ้นได้
    เมื่อมีระบบ ผู้ประกอบการจะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นและให้ระบบทำงานแทน

    9. ผู้ประกอบการต้องทำงานแบบมีจุดยืน
    ธุรกิจของตนเกิดขึ้นเพราะอะไร ทำอะไรและเพื่อใคร เหตุผลไม่ต้องยิ่งใหญ่ แต่ต้องมีและชัดเจน เพราะความชัดเจนจะดึงลูกค้ามาหาเราโดยไม่ต้องอธิบายเยอะ

    10. มีความสามารถในการบริหารคนแบบระยะไกล ไร้สัญญาจ้างงานผูกมัด ทำงานร่วมกันผ่านเนื้องานเท่านั้น ไม่มีความผูกพันหรือทำงานที่ใดที่หนึ่งยาวๆ อีกแล้ว เพราะแนวคิดของคนทำงานรุ่นใหม่เปลี่ยน ไม่มีใครอยากขึ้นกับใคร ทุกคนอยากเป็นอิสระ อาจจะยกเว้นบางกรณีหรือบางสายงานที่ยังจำเป็น แต่วันนึงความจำเป็นนี้จะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีในที่สุด

    ขอบคุณทาง creative talk อีกครั้งสำหรับงานใหญ่แบบนี้ เรียกความรู้สึกของการได้เจอผู้คนกลับมาอีกครั้ง เชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดงานอีเวนท์อีกหลายงานต่อจากนี้

    ใครยังไม่มีบัตร หาซื้อได้ครับเพราะมีดูย้อนหลังได้อีกตั้ง 2 เดือน เนื้อหาดีๆ น่าฟังทั้งนั้น

    พบกันใหม่ใน CTC2023 ครับ
    ขอบคุณภาพสวยๆ จาก #snapix
    #trickofthetrade #futureofentrepreneur
    #business #howto 

    LEAVE A REPLY

    Please enter your comment!
    Please enter your name here