Monday, August 15, 2022
More
    HomeBusinessทำไมคนใหม่ อยู่กับเราไม่ได้

    ทำไมคนใหม่ อยู่กับเราไม่ได้

    ทำไมคนใหม่ อยู่กับเราไม่ได้

    การลาออกของพนักงานเป็นเรื่องปกติ เพราะถ้ามองในแง่ดี เราจะมีโอกาสได้คนใหม่ที่มีแนวความคิดใหม่ มีประสบการณ์ด้านอื่นมาเพิ่ม

    แต่การลาออกของพนักงานมันจะไม่ปกติทันที ถ้าองค์กรไหนมีพนักงานลาออกมากกว่าเข้าเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน แบบว่าคนน้อยลงไปเรื่อยๆ ใครที่กำลังทำงานในองค์กรที่เป็นลักษณะนี้ ต้องระวังให้ดีครับ แสดงว่ากำลังมีอะไรแปลกๆ หลายอย่างเกิดขึ้นที่เราอาจจะกำลังไม่รู้ (ยกเว้นองค์กรที่มีการประกาศชัดเจนถึงทิศทางของการทำธุรกิจว่าจะใช้คนน้อยลง เป็นระบบ automation มากขึ้น แบบนี้เข้าใจได้และแตกต่างกว่าที่บอกไว้ในตอนแรกอย่างมากนะครับ และที่เขียนนี่ผมหมายถึงคนใหม่ที่เก่ง มีความสามารถตรงกับที่เราอยากได้ แต่เราต้องเสียบุคลากรเหล่านี้ไปอย่างน่าเสียดาย ส่วนคนใหม่ที่เข้ามาแล้ว ความสามารถไม่ตรง ไม่ถึงที่เราคาดหวัง การจบกันให้เร็วที่สุดคือการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว

    อย่างไรก็ตาม การลาออกที่ไม่ปกติที่สุดในความรู้สึกและประสบการณ์ของผม คือ “การลาออกของคนใหม่ ที่เข้ามาไม่นานแล้วก็ไป”

    สาเหตุการลาออกของคนเก่า รวมๆ ก็ไม่พ้น เบื่องาน ได้ข้อเสนอใหม่ในการทำงาน ย้ายถิ่นฐาน ไปเรียนต่อ สาเหตุเหล่านี้เป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะฟังดูแล้วเป็นการตัดสินใจลาออกเพื่อไปทำให้ชีวิตดีขึ้นทั้งนั้น แต่ถ้าเป็นการลาออกของคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามา มันน่าประหลาดใจไม่น้อย เพราะเราต้องเข้าใจว่า คนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานกับเรา คือคนที่มาพร้อมกับความคาดหวัง การเสนอตัวมาทำงานที่เราแปลว่าเค้าเชื่อมั่นแล้วว่าองค์กรของเราจะต้องให้อะไรที่ดี แต่พอเข้ามาแล้วหนีไปหมด มันบอกอะไรได้หลายอย่างมาก

    องค์กรของเราสู้คู่แข่งอื่นไม่ได้ใช่ไหม
    องค์กรของเรา ข้างนอกดูดี พอเข้ามาสัมผัสจริงๆแล้วต้องรีบหนีไป
    องค์กรของเรา อยู่แล้วก้าวหน้ายาก ดูไม่มีอนาคตทางการงานหรือเปล่า
    องค์กรของเรามีวัฒนธรรมที่ไม่น่าอยู่ อยู่แล้วร้อนหูร้อนใจ (เรื่องแบบนี้ สัมผัสได้ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ทำงานแล้ว)

    ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุไหน ก็ดูไม่ดีทั้งนั้น

    ผมเองก็เจอเรื่องนี้มาหลายแห่ง จากคนทำงานทุกระดับ
    งานล่าสุดที่ทำ พนักงานโรงงาน รวมตัวเลขปีก่อนทั้งปี รับใหม่ 400 กว่าคน ลาออกไป 387 คน (เห็นตัวเลขแล้วคิดว่าถังน้ำรั่ว)
    อีกงานที่ทำ เป็นงานระดับผู้บริหารระดับกลางถึงสูง เข้ามาแค่ไหน ออกไปเท่ากัน (คือพีคมาก ตั้งแต่เกิดมาพึ่งเคยเจอ)

    ผมคิดว่า องค์กรไหนเจอสถานการณ์แบบนี้ คงต้องกลับมาทบทวนตัวเองใหม่ว่า เรามีปัญหาอะไรตามนี้หรือเปล่า


    1. ถามตัวเองให้แน่ใจ เราพร้อมที่จะรับคนใหม่เข้ามาจริงๆ ใช่ไหม

    หลายองค์กร ยังไม่ตกผลึกเรื่องนี้ให้แน่ใจว่าต้องการหรือจำเป็นต้องมีคนใหม่เข้ามา แต่รีบรับคนไปก่อนโดยอาจจะไม่ได้ชัดเจนอะไรกับตัวเองว่า

    – ความคาดหวังที่ชัดเจนกับคนใหม่คืออะไร ว่าให้เข้ามาทำอะไรและเรื่องอะไรไม่ต้องทำ

    – คนใหม่จะมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่ต้องเพิ่มขึ้น เราเต็มใจจ่ายใช่ไหม เพราะคนเก่งไม่เคยราคาถูก อย่าลืมความจริงข้อนี้

    – เราพร้อมให้เวลากับคนใหม่พิสูจน์ตัวเองแค่ไหน ถ้าจะนับเป็นระยะเวลา คงต้องขึ้นกับปัญหาที่องค์กรเรามีสะสมมาด้วย บางเรื่องใช้เวลาสักปีก็พอเห็นแวว แต่ถ้าปัญหาเรื้อรังมานาน การแก้ย่อมต้องใช้เวลาเช่นกัน ถ้าจะหวังแก้แบบยาแรง ใช้ทางลัด ผลกระทบจะแรงตามไปด้วย เรารับได้หรือไม่ โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตัวเลข ยอดขาย กำไร และคนเก่าบางส่วนที่ต้องโดนเปลี่ยนแปลง

    – เราพร้อมเปิดใจรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นหรือยัง เช่น เราตั้งใจตัดงานบางอย่างออกไปเพื่อให้คนใหม่มาทำแทน แต่พอคนใหม่เข้ามา เราก็ยังกอดงานนั้นไว้ทำเอง หรือเข้ามาแทรกแซงจนคนใหม่ทำอะไรไม่ถนัด


    2. ปัญหาของคนเก่า

    – จากประสบการณ์ของผม ผมมั่นใจว่าสาเหตุหลักที่คนใหม่อยู่ไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องเนื้องานครับ แต่เป็นเรื่องคน โดยเฉพาะการสกัดดาวรุ่งจากคนเก่า เมื่อรู้ว่าคนใหม่จะมาดึงเอางานบางส่วนออกไปทำแล้วทำให้ตัวเองมีความสำคัญลดน้อยลง (อันนี้เป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้แต่ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้น) จึงต้องทำทุกทางที่ทำให้คนใหม่อยู่ไม่ได้เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตัวเอง

    การสกัดดาวรุ่งของคนเก่ามีหลายวิธี ตั้งแต่ไม่สอนงาน ไม่แนะนำอะไร ปล่อยให้งงไปเรื่อยๆ หรือกอดงานไว้ให้คนใหม่กลายเป็นง่อย พออยู่ไปสักพักแบบไม่มีอะไรทำ เดี๋ยวก็ออกไปเอง

    คนเก่าอีกประเภทที่เจ้าของเกรงใจ คือคนเก่าผู้มากบารมี ยิ่งเป็นคนเก่าที่อยู่มาตั้งแต่สมัยรุ่นบุกเบิก สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับรุ่นพ่อแม่มาก่อน เจ้าของรุ่นลูกจะไม่ฟังเลยก็ลำบากใจ ฟังมากไปก็จะได้แต่อะไรแบบเดิม แต่คนรุ่นเก่าแบบนี้ มักจะไม่เชื่อในคนรุ่นใหม่ หรือคนใหม่จากนอกองค์กรเพราะเชื่อว่าประสบการณ์ของตัวเองสำคัญกว่าความรู้ใหม่หรือมุมมองที่แตกต่าง

    ทุกองค์กรมีคนเก่าทั้ง 2 แบบนี้ (แต่ไม่ใช่คนเก่าทุกคนจะเป็นนะ) ปัญหาอยู่ที่เจ้าของธุรกิจจะมองเห็นและให้น้ำหนักกับมากแค่ไหน ถ้าคิดว่าคนเก่าเป็นคนสำคัญ มัวแต่เกรงใจ ประสบการณ์มาก กุมความลับไว้เยอะ ยังไงก็ต้องฟัง แบบนี้คนใหม่มากี่คนก็กระเจิง

    ก่อนจะฟังคนเก่า อย่าลืมคิดอีกมุมว่า ถ้าคนเก่าเก่งจริง ทำไมองค์กรเราถึงยังมีปัญหาหรือไปไม่ได้ไกลกว่านี้ ถ้าเรากำลังมีปัญหา แปลว่าคนเก่าอาจเก่งไม่พอหรือเปล่า และถึงเวลาที่ต้องมีคนใหม่เข้ามาแล้วจริงๆ ก็ได้เป็นเรื่องน่าคิดนะครับ


    3. ปัญหาของระบบงานและหน้างาน

    เรื่องระบบงานเป็นอีกเรื่องที่น่าคิดว่าระบบงานแบบเรา เข้าใจยากไหม ทันโลกหรือเปล่า
    คนใหม่บางคน ผ่านงานระบบใหม่ที่อื่นมาแล้ว พอมาเจอระบบของเราถึงกับเหวอ รีบม้วนเสื่อกลับแทบไม่ทัน
    หรือบางทีวิธีของเราสอนงานกันยาก ไม่มีระบบการสอนงานที่ชัดเจน งานเดียวกัน คนสอน 2 คน สอนคนละอย่าง แบบนี้ก็คนเรียนก็เวียนหัวได้

    อีกเรื่องที่พบคือปัญหาตรงหน้างาน คนใหม่ คนเก่า เข้ากันไม่ได้ บางทีคนเก่าก็สอนงานบ้าง ไม่สอนบ้าง แกล้งบ้าง สารพัดปัญหา

    สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุใดก็ตามที่ทำให้คนใหม่อยู่กับเราไม่ได้ เราก็ต้องแก้ไขให้ได้ จะมาคิดว่าคนใหม่มีปัญหาเองที่ปรับตัวเข้ากับองค์กรของเราไม่ได้ ใครคิดแบบนี้ รับรองว่าองค์กรได้กอดคอกันลงหลุมไปพร้อมกับคนเก่าที่รักของคุณแน่นอน เพราะไม่มีธุรกิจใดในโลกที่เติบโตได้โดยการใช้คนเก่าเท่านั้น

    และถ้าถึงวันนั้นขึ้นมาจริงๆ ลองนึกดูให้ดีว่าใครเจ็บและเสียหายกว่ากัน
    ระหว่างเจ้าของธุรกิจ กับพนักงานแต่ละคน

    ฝากไว้ให้คิดนะครับ
    #trickofthetrade#business

    LEAVE A REPLY

    Please enter your comment!
    Please enter your name here