Monday, August 15, 2022
More
    HomeBusinessทำไมเราควรเปลี่ยนแหล่งซื้อของบ้าง

    ทำไมเราควรเปลี่ยนแหล่งซื้อของบ้าง

    ทำไมเราควรเปลี่ยนแหล่งซื้อของบ้าง

     
    ทุกครั้งที่มีโอกาสได้รับผิดชอบงานด้าน cost saving ที่ไหน เป้าหมายแรกที่ผมจะขอคุยงานลงรายละเอียดแบบลึกด้วย คือ งานด้านการจัดซื้อ
     
    งานจัดซื้อคืองานที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนหลักของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นทั้งต้นทุนตรง (Direct Costs – ต้นทุนที่เกี่ยวกับสินค้าหรือการบริการ) หรือต้นทุนอื่น (Indirect Costs – เช่นต้นทุนด้านการซื้อสื่อการตลาด ข้าวของเครื่องใช้อื่นในองค์กร)
     
    ธุรกิจจะกำไรเพิ่มขึ้นหรือลดลง ขึ้นอยู่กับปัจจัย 2 อย่างเท่านั้น คือขายให้มากขึ้น หรือคุมค่าใช้จ่ายให้น้อยลง
    ซึ่งผมมีความเชื่อมาตลอดว่า การคุมค่าใช้จ่ายนั้น ทำได้ง่ายกว่ามาก เพราะเราคุยเฉพาะกับคนของเรา เราจะเลือกวิธีไหน ยังไง เร่งรัดให้เกิดผลเร็วแค่ไหนก็ได้ ในขณะที่การเพิ่มยอดขาย คุณต้องแข่งกับใครก็ไม่รู้อีกมากมาย แถมยังต้องภาวนาให้ลูกค้าซื้อของเราอีกต่างหาก
     
    แต่น่าแปลกมากที่หลายองค์กรที่ผมเคยคลุกคลีด้วย ไม่เคยทำโครงการ Cost Saving อย่างจริงจัง บางแห่งผมสะกิดหลายรอบแล้วก็ยังเฉย ผมเลยงงว่าแล้วมาเรียกเราไปคุยงานเรื่องอยากเพิ่มกำไรทำไมนะ พอเราบอกให้ทำเรื่องจัดการต้นทุน กลับไม่สนใจเพราะมีความเชื่ออย่างยิ่งว่าการเพิ่มกำไรต้องมาจากการเพิ่มยอดขายก่อน แต่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ เงินเค้าแหละ
     
    การเปลี่ยนแหล่งซื้อ คือ หนึ่งในวิธีที่ได้ผลที่สุดและเห็นผลไวที่สุดสำหรับการลดต้นทุน เพราะการเปลี่ยนแหล่งซื้อ จะมีผลลัพธ์เกิดกับเราได้แค่ 1 ใน 4 ทางนี้เท่านั้น เราจะมีแต่ได้กับได้เท่านั้น อย่างแย่ก็เสมอตัว
     
    1. ได้ของคุณภาพเดิมในราคาเดิมที่เคยจ่าย
     
    นี่คือพื้นฐานที่สุดที่เราจะได้รับจากการลองเปลี่ยนแหล่งซื้อหรือเปลี่ยน supplier
    แค่ลองเช็คราคา เช็คสเปกดู ถ้าเราลองหาแหล่งซื้อใหม่ มี supplier ใหม่มาเสนอ และสิ่งที่เราได้คือ ของเหมือนเดิม ราคาเท่าเดิมกับที่เคยซื้อ แปลว่าผลออกมาเสมอตัว เราก็ไม่เสียอะไร ไม่มีอะไรต้องเปลี่ยน
    แต่อย่างน้อยเราก็จะได้สบายใจว่าวันนี้เราได้ราคาที่ดีที่สุดแล้ว
     
    อีกสิ่งที่เราอาจจะได้เพิ่มขึ้นจากผู้ขายรายใหม่ คือข้อมูลด้านอื่นที่เราไม่เคยรู้ ข้อมูลอื่นๆ ที่ supplier เดิมอาจไม่เคยบอกเรา หรือเราอาจจะได้รู้จักสินค้าใหม่ๆ เป็นทางเลือกเพิ่ม ลองขอข้อมูลอื่นๆ ที่เราอยากได้จาก Supplier ใหม่ คนที่จะมาขายของแข่งกับเจ้าเดิม ยังไงก็ต้องหาทางชนะใจเราให้ได้ เราไม่มีทางกลับบ้านมือเปล่าแน่นอน
     
    รวมๆแล้ว อันนี้ถือว่าเสมอตัว เพราะสิ่งที่ได้เพิ่มมา ไม่ค่อยตรงกับเป้าหมายในการลดต้นทุนเท่าไหร่นัก
     
    2. ได้ของคุณภาพเดิมในราคาที่ถูกลง
     
    กรณีนี้คือพบบ่อยที่สุด ผู้ขายรายใหม่จะแทรกตัวเข้ามา วิธีที่ง่ายที่สุดคือการแข่งด้วยราคา
    เจ้าเดิม เราเคยซื้อโลละร้อย เจ้าใหม่มาขาย ยังไงก็ได้ไม่ถึงร้อย
     
    วันไหนที่เราทดลองทำแล้วพบเหตุการณ์แบบนี้ วันนั้นเรียกว่าวันเบิกเนตร ตาสว่างทันที
    และเชื่อไหมว่า เจ้าเดิมที่เราเคยซื้ออยู่ จะสามารถลดราคาให้เราได้ทันทีที่เราท้วงถาม
    แปลว่า ที่ผ่านมาคืออะไรไม่ทราบ?
     
    ถ้าพูดตามความจริง จะไปโกรธผู้ขายก็ไม่ได้ เพราะถ้าลูกค้าเคยซื้อราคาไหน คนขายก็ขายราคาเดิมไป เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ถ้ามีอะไรมาเปรียบเทียบ มากระตุ้นให้เกิดการแข่งขันหน่อย อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงได้
     
    ข้อดีของการเปลี่ยนแปลงกรณีนี้ คือจะเกิดผลกระทบกับงานด้านอื่นน้อย เพราะคุณภาพ/สเปกของของที่ซื้อเหมือนเดิม ไม่ต้องเปลี่ยนแปลง (เพราะบางกรณี การเปลี่ยนแปลงสเปกจะกระทบกับงานส่วนอื่นด้วย แม้ว่าจะเป็นผลกระทบในทางบวกก็ตาม) และแน่นอนอยู่แล้วว่า ถ้าของราคาถูกกว่าเดิมแต่ คุณภาพต่ำกว่าเดิม เราจะไม่พิจารณาซื้ออยู่แล้ว จึงไม่ใช่ประเด็นตรงนี้นะครับ
     
    3. ได้ของคุณภาพดีกว่าเดิมในราคาเดิมที่เคยจ่าย
    บางครั้งเราจะเจอการท้าพิสูจน์จากผู้ขายรายใหม่ว่า ของที่เรากำลังซื้ออยู่นั้น จ่ายแพงเกินไปนะ เพราะถ้าจ่ายราคาเท่านี้อยู่ เราควรจะได้ของที่คุณภาพดีกว่านี้
     
    ธุรกิจไหนเจอกรณีแบบนี้น่าคิดนะครับว่า ที่ผ่านมาเราเสียโอกาสได้ของดีกว่าที่ใช้อยู่ปัจจุบันไปเท่าไหร่แล้ว จากประสบการณ์ที่ผมทำมา เรื่องนี้เป็นกันเยอะแต่เจ้าของธุรกิจและผู้บริหารรู้น้อยมากว่ามันมีอยู่จริง
     
    สิ่งที่เราจะได้จากมุมนี้ อาจจะไม่ใช่การประหยัดเงินซื้อโดยตรง แต่การได้ของที่คุณภาพดีขึ้นกว่าเดิมจะเป็นตัวช่วยให้เราขยับราคาขายเพิ่มขึ้นได้ หรืออาจช่วยให้เราแตกต่างจากคู่แข่งได้ชัดเจนขึ้น
     
    4. ได้ของคุณภาพดีกว่าเดิมในราคาที่ถูกลง
     
    ประโยชน์สูงสุดที่เราจะได้จากการเปลี่ยนผู้ขายคือ ได้ทั้งของที่คุณภาพดีกว่าเดิม แต่จ่ายในราคาที่ถูกลง
    เรียกว่าได้สองเด้ง ของดีขึ้น แต่จ่ายเงินน้อยลง
     
    ถ้าถามว่าเป็นไปได้ไหม ก็ยอมรับว่า เป็นไปได้ยากกว่าทุกกรณีที่ผ่านมา แต่ไม่ใช่ไม่เคยเจอ
    แต่ถ้าลองทำแล้วได้ผลแบบนี้ มันคุ้มค่ามาก
     
    เรื่องของการลดต้นทุน เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความพยายาม และทำเป็นระยะ อย่างน้อยทุก 3 เดือนลองทำครั้งใหญ่สักรอบ เพื่อให้ธุรกิจได้อัพเดทสถานะต้นทุนล่าสุดให้แข่งขันได้ และถ้าใครที่ยังเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไม่สำคัญ ไม่ต้องทำก็ได้ เอาเวลาไปตั้งหน้าตั้งตาขายดีกว่า มามัวเอาแต่ลดต้นทุนอยู่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร
     
    ผมก็ได้แต่บอกว่า ขอให้โชคดี

    LEAVE A REPLY

    Please enter your comment!
    Please enter your name here