Thursday, July 7, 2022
More
    Homeself-developmentเคล็ดลับ ‘ฝึก’ ตัวเองให้เป็น ‘ผู้ฟังที่ดี’

    เคล็ดลับ ‘ฝึก’ ตัวเองให้เป็น ‘ผู้ฟังที่ดี’

    เคล็ดลับ ‘ฝึก’ ตัวเองให้เป็น ‘ผู้ฟังที่ดี’ ผ่าน 4 วิธีที่ควรทำเป็นประจำ

    การฝึกเป็น ‘ผู้ฟังที่ดี’ ไม่ว่าจะคุยกับใครนั้นไม่ต่างจาก ‘การลงทุน’ ในความสัมพันธ์ เพียงแต่การลงทุนแบบนี้ต้องอาศัย ‘ความใส่ใจ’ ไม่ใช่เงิน

    ยกตัวอย่างง่ายๆ คือในที่ทำงาน ถ้าเราตั้งใจฟังเพื่อนร่วมทีม ลูกน้อง หรือหัวหน้า นอกจากการเจรจาจะลื่นไหล พวกเขาจะประทับใจในตัวเราด้วย

    พอรู้อย่างนี้แล้ว ลองมาดูกันว่าเราจะฝึกตัวเองให้เป็น ‘ผู้ฟังที่ดีขึ้น’ ยังไงได้บ้าง

    1.เวลาจะคุยกับใครให้กำจัดสิ่งรบกวนออกไปก่อน

    เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือคนตรงหน้าเรา ดังนั้น ในระหว่างการสนทนา เราจึงควรพับหน้าจอโน้ตบุ๊กหรือคว่ำหน้าจอมือถือลง จะได้ไม่เผลอเหลือบไปมองแจ้งเตือนต่างๆ

    ซึ่งนอกจากปัจจัยภายนอก เราต้องตัดสิ่งรบกวนในใจออกไปด้วย หมายความว่าถ้าเรากังวลเรื่องอื่นอยู่ เราก็ควรบอกตัวเองให้พักหัวจากเรื่องนั้นสักครู่ เพื่อโฟกัสกับเรื่องราวของอีกฝ่ายได้เต็มที่

    2.พูดทวนสิ่งที่อีกฝ่ายเล่าเพื่อเช็กว่าเราเข้าใจถูกไหม

    เราอาจจะใช้คำถาม เช่น “ที่คุณเล่ามาต้องการสื่อว่า…… ใช่ไหม” โดยให้เราใส่สิ่งที่จับใจความได้ลงไปในช่องว่าง วิธีนี้มีข้อดีตรงที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ปรับจูนความเข้าใจให้ตรงกัน

    อย่างถ้าอีกฝ่ายมาขอคำปรึกษา เราจะได้แนะนำวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะให้ แต่ถ้าอีกฝ่ายแค่อยากระบาย อย่างน้อยๆ เขาจะได้รู้สึกว่าเราเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ

    3.คอยสังเกตสีหน้าท่าทางของอีกฝ่าย

    น้ำเสียงและภาษากายช่วยให้เราสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายคิดหรือรู้สึกยังไงกับเรื่องที่เล่าอยู่ อย่างบางครั้งแม้อีกฝ่ายจะบอกว่าไม่ได้เครียดอะไร แต่ถ้าลองสังเกตสายตาอาจพบว่าเขากำลังซ่อนความกังวลใจบางอย่าง

    ดังนั้น ระหว่างคุยกัน ถ้าพบว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าหรือแววตาเปลี่ยนไปตอนเล่าเรื่องไหน ให้เราลองจดโน้ตไว้แล้วค่อยถามเกี่ยวกับเรื่องนั้นเพิ่มเติมหลังอีกฝ่ายเล่าจบ

    4.พยายามไม่พูดขัดจังหวะ

    ลองเตือนตัวเองบ่อยๆ ว่า “ฟังอีกฝ่ายให้จบก่อน อย่ารีบร้อนพูดขัด” เราจะได้เข้าใจว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นยังไงก่อนแสดงความคิดเห็นส่วนตัวออกไป

    ข้อนี้สำคัญมากนะครับ เพราะถ้าเราพูดขัดจังหวะบ่อยๆ ความอยากเล่าของอีกฝ่ายจะค่อยๆ น้อยลง
    จากเดิมที่อีกฝ่ายอยากเล่าเรื่องมากมาย เขาอาจเปลี่ยนใจเล่าแค่ไม่กี่เรื่องแทน น่าเสียดายใช่ไหมล่ะครับ

    นอกจากนี้ ผมก็มีเรื่องที่อยากให้ระวังครับ คือทุกครั้งที่มีคนมาขอคำปรึกษาหรือบอกว่าอยากระบายความทุกข์ด้วย อย่าลืมเช็กว่าสภาพร่างกายและจิตใจของเราพร้อมฟังอีกฝ่ายมากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืนนะครับ ค่อยนัดคุยกันวันหลังจะดีต่อทั้งสองฝ่ายมากกว่า

    สุดท้าย ผมอยากฝากไว้ว่ากว่าจะฝึกตัวเองเป็นผู้ฟังที่ดีได้ต้องใช้เวลา แต่การฝึกสิ่งนี้คุ้มค่าแน่นอนครับ ที่สำคัญ เราฝึกตัวเองในฐานะผู้ฟังได้ในทุกๆ วัน ตราบใดที่ยังได้พูดคุยกับคนอื่น เพราะฉะนั้น เป้าหมายนี้อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนครับ

    ขอบคุณข้อมูลจาก HBR, Indeed, Positivityblog
    #trickofthetrade #selfdevelopment

    LEAVE A REPLY

    Please enter your comment!
    Please enter your name here