Trick of the trade
Trick of the trade
ศิลปะแห่งการพูดปฏิเสธ

- การปฏิเสธให้เป็น ถือเป็น 1 ในทักษะที่เราทุกคนควรฝึกให้เก่งเพราะเป็นเกราะป้องกันชั้นดีสำหรับตัวเองจากการถูกเอาเปรียบหรือต้องทนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำหรือรับรู้

- การปฏิเสธที่ยากที่สุดจะเกิดขึ้นในโลกของการทำงาน โดยเฉพาะในสังคมไทยที่ผู้อ่อนอาวุโสหรืออยู่ภายใต้อำนาจของคนอื่น มักจะไม่ค่อยกล้าบอกปฏิเสธเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

- เรามักไม่กล้าบอกปฏิเสธคำขอ เพราะเหตุผล 2 ข้อ คือ
1. กลัวผู้ขอไม่เพราะพอใจ และจะส่งผลถึงความมั่นคงในการทำงานได้
2. กลัวถูกมองว่าเป็นคนไร้ความสามารถ

- เรื่องการบอกปฏิเสธ เราจะกล้าบอกและทำได้ดี ต้องเริ่มจากการมีมุมมองที่ถูกต้องกับการเรื่องนี้เสียก่อน

1. การรับคำขอมาทุกอย่างไม่ได้แปลว่าเราเก่ง เพราะคนจะเก่งหรือไม่นั้นดูที่ผลลัพธ์ของงานที่ออกมา หากคุณรับมาแล้วทำงานนั้นไม่ดี นอกจากจะไม่มีใครเห็นใจแล้วยังจะถูกด่าฟรีอีกด้วย

2. การบอกปฏิเสธไม่ได้แปลว่าเราปัดความรับผิดชอบหรือไม่สนใจในคำขอนั้นถ้าเรามีทางเลือกที่ดีกว่าเสนอให้กับผู้ขอ เพราะเหตุผลที่แท้จริงของผู้ขอคือต้องการให้งานนั้นเสร็จเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นใครทำก็ตาม ดังนั้นอย่ายึดติดว่าต้องเป็นเราคนเดียว

3. การปฏิเสธครั้งนี้ไม่ได้แปลว่าเราจะปฏิเสธคนนั้นตลอดไป วันหน้าฟ้าใหม่เมื่อเราพร้อม เราสามารถเดินเข้าไปยื่นเสนอความช่วยเหลือโดยไม่ต้องถูกร้องขอก่อนก็ย่อมได้ จำไว้ว่า เวลาที่ดีที่สุดที่จะช่วยเหลือคนอื่นคือเวลาที่เราพร้อม ถ้ายังไม่พร้อม อย่าไปรับอะไรมาทำเพราะมันจะพากันพังไปหมด

แล้วเราจะบอกปฏิเสธอย่างไร ให้ผู้ฟังรู้สึกดี?
โดยเฉพาะกรณีผู้ขอเป็นเจ้านายของเรา

หลักการมีอย่างเดียวคือ เราต้องพูดให้เจ้านายรู้สึกว่าเจ้านายเป็นคนได้ประโยชน์จากการปฏิเสธของเรา และเหตุผลที่ใช้ในการปฏิเสธนั้น ต้องไม่ใช่เหตุผลจากเรื่องส่วนตัวของเราเด็ดขาด

หากเจ้านายโยนงานใหญ่มาให้เพิ่มอย่างนึง... เราควรตอบปฏิเสธอย่างไร?

ลองดูจากทางเลือกต่อไปนี้นะครับ

1. ตอนนี้เรามีงานเที่ทำให้เจ้านายอยู่ยอะแล้ว ถ้าเอางานมาให้เพิ่มอีก จะกระทบกับงานที่กำลังทำอยู่ (เจ้านายจะต้องคิดใหม่ว่าจะยอมเสี่ยงให้งานทั้งหมดเสียหายไหมหากโยนงานเพิ่มมาให้เรา --> กลายเป็นเจ้านายต้องตัดสินใจแทน)

2. บอกเจ้านายว่า ทำให้ได้นะแต่ให้เรียงลำดับมาก่อนว่าจะให้ทำอันไหนก่อน-หลังเพราะเวลาเรามีจำกัดเหมือนกัน (เจ้านายต้องเลือกว่าจะเอางานไหนก่อน แปลว่าเรามีเวลาเพิ่มขึ้นมาได้บ้าง)

3. ให้ทางเลือกกับเจ้านายว่า งานแบบนี้ นาย A จะทำได้ดีกว่าเราหลายเท่านะ ลองถามนาย A หรือยัง

4. บอกเจ้านายว่า ทำได้นะแต่ต้องหาคนมาช่วยเพิ่มเพราะงานจะดีกว่าให้เราทำคนเดียว แปลว่าเราไม่ต้องแบกงานนั้นไว้คนเดียวแน่นอน​

5. บอกเจ้านายว่า ขอทำให้แค่บางส่วนสำหรับเอาไปใช้งานก่อนได้หรือไม่ แล้วที่เหลือจะรีบทำให้จนครบ

6. ถามเจ้านายให้รู้เรื่องว่า งานที่ต้องการจริง ๆ จากเรื่องนี้คือแคไหน แล้วทำแค่นั้น ไม่ใช่ทำไปเยอะแยะแล้วใช้แค่นิดเดียว

7. บอกเจ้านายว่า ให้ช่วยงานเยอะ ๆ แบบนี้ ปลายปีอย่าลืมให้คะแนนเพิ่มกับเราด้วย หยอกๆกลับไปแบบนี้ เจ้านายจะไม่กล้าให้งานเพิ่มเพราะเจ้านายเองอาจไม่ได้มีอำ​นาจอะไรมากมาย​ที่จะให้คำแนนพิเศษอะไรกับเรา

8. บอกความจริงไปว่า ตอนนี้ไม่ไหวจะเคลียร์จริง ๆ รอบนี้ขอผ่านแต่รอบหน้ายินดีทำให้ (อันนี้ใช้ได้แต่อย่าบ่อย)

- สิ่งที่ไม่ควรพูดในการปฏิเสธคือ ใช้เหตุผลส่วนตัวของเราเช่น ต้องเลี้ยงลูก มีนัดวันหยุด หรือมีงานอื่น (ที่ไม่ใช่งานของเจ้านาย) เยอะแล้ว เพราะเหตุผลเหล่านั้นมันเป็นปัญหาของเรา ไม่ใช่ของเจ้านาย เขาถึงไม่สนใจหรือเห็นใจ

- อีกเหตุผลนึงที่ห้ามพูดเลยคือคำพูดประมาณว่า "อะไรก็กู" ทำไมไม่ให้คนอื่นทำบ้าง ใครพูดแบบนี้ไปแล้วเตรียมหางานใหม่ได้เลย

ใครยังไม่เคยฝึกทักษะการปฏิเสธเลย และทำตัวเป็น Mr.Yes มาตลอด ขอให้เริ่มลองฝึกดูเพื่อชีวิตที่ดีกว่าของตัวเราเองครับ