Trick of the trade
Trick of the trade
หลังโควิด โลกธุรกิจจะเปลียนไปอย่างไร

หลังโควิด โลกธุรกิจจะเปลี่ยนไปอย่างไร


ขณะนี้ ธุรกิจทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงช็อคกับการถดถอยของเศรษฐกิจ ปัจจัยหลักคือผลจากโควิต-19 ที่มีผลกระทบเป็นวงกว้างและร้ายแรงกว่าที่คาดไว้มาก

 

ถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าทุกอย่างจะจบเมื่อไหร่ เพราะเหตุการณ์นี้ ต่อให้โควิดจบ เศรษฐกิจก็ไม่จบ

 

และถึงแม้ว่าโควิดจะจบลง แต่วิธีการทำธุรกิจจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะปัจจัยแวดล้อมภายนอกในการทำธุรกิจมันเปลี่ยนตามเหตุการณ์ไปหมด ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมของผู้บริโภค วิธีการแข่งขัน ระบบการบริหารจัดการร้าน วิธีการเข้าถึงลูกค้า ฯลฯ 

 

สรุปให้สั้นคือ ของที่เคยขายได้ อาจกลายเป็นไม่จำเป็น ของที่ไม่เคยมองเห็น อาจกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

 

ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลด้านบวกกับธุรกิจ เราเรียกว่า โอกาสทางธุรกิจ Opportunity ส่วนปัจจัยที่ส่งผลร้ายกับธุรกิจ เราเรียกว่า ภัยคุกคาม (Threats) 

 

ปัจจัยภายนอกเหล่านี้ คือสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ แต่จำเป็นต้องคาดการณ์ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเพื่อที่จะได้คว้าโอกาสหรือรับมือได้ทัน

 

อย่าสับสน เอาโอกาสทางธุรกิจไปเทียบกับสิ่งที่เรียกว่า fake demand หรือความต้องการซื้อแบบปุบปับ เพราะโอกาสทางธุรกิจจะเป็นสิ่งที่ระยะยาว เป็นเชิงกลยุทธ์ เกิดแล้วจะอยู่กับเราไปอย่างน้อย 2-3 ปี ส่วน fake demand คือเกิดแบบสั้น ๆ เช่นการการซื้อของตุน หรือซื้อของเพื่อฉวยโอกาสเก็งกำไร

 

สิ่งที่คาดว่า จะเกิดขึ้นหลังจากโควิดจบ 

 

ต้องไปแปลเอาเองว่า สิ่งเหล่านี้จะเป็นบวกหรือลบสำหรับธุรกิจของเรา 

  1.  โลกเหมือนสภาพหลังสงคราม ธุรกิจใหญ่น้อยเสียหายตามกำลังการบริโภคที่หายไป เตรียมใจไว้เลยว่า สภาวะแบบนี้ ใช้เวลานานกว่าจะกลับมาเท่าเดิม 
  2.  ประเทศไทยจะจนไปอีกนาน เนื่องจากรายได้รัฐจากภาษีทุกประเภทลด (Vat, สรรพสามิตภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล) ในขณะเดียวกัน รายจ่ายก็เพิ่มขึ้น
  3. กำลังซื้อจะหายไปมากกว่า 60-70% สินค้าฟุ่มเฟือยจะเป็นที่ต้องการน้อยลงเนื่องจากช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว ผู้คนจะใช้เงินกับสิ่งจำเป็นมากกว่า และมีราคาที่พอเหมาะตามฐานะมากขึ้น
  4.  เงินในระบบจะค่อยๆหายไปจากเศรษฐกิจจากการเรียกใช้งาน application จากต่างประเทศทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาผ่าน social media หรือบริการส่งของถึงบ้าน เราทุกคนกำลังทำให้ประเทศและตัวเองยากจนลงไปอีกเพราะความสบาย ช่วยกันใช้เท่าที่จำเป็นและวัดผลได้ก็พอ
  5. ผู้คนเคยชินกับการอยู่บ้านมากขึ้น พร้อมกับธุรกิจที่รู้แล้วว่า การมีออฟฟิศใหญ่ๆสำหรับพนักงานทุกคนเป็นสิ่งที่สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
  6. ศูนย์การค้าก็อาจเป็นสิ่งไม่จำเป็นสำหรับคนอยากมีร้านเช่นกัน
  7. นอกจาก Work From Home แล้ว เราจะเห็น Study From Home เป็นเรื่องปกติมากขึ้นโดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษาขึ้นไป
  8. จับตาเรื่องหนี้เสีย  (NPL) เพราะจะเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจตัวต่อไป
  9. อาชญากรรมและความปลอดภัย จะสวนทางกับเศรษฐกิจเสมอ
  10. Online กลายเป็น lifestyle ปกติไปโดยที่เราไม่รู้ตัว และกลายเป็นช่องทางการขายหลักของธุรกิจเล็ก
  11. โลกจะเริ่มแบ่งแยกและปกป้องประเทศตัวเองมากขึ้น เราจะกลับไปสู่คำว่า ต่างคนต่างอยู่อย่างรัดกุมมากขึ้น
  12. การเดินทางต่างประเทศลดลง ทั้งเรื่องส่วนตัวและเพื่อธุรกิจ
  13. รวมถึงการปิดกั้นแรงงานต่างชาติ เพราะแต่ละประเทศจะสนับสนุนให้จ้างงานคนในชาติก่อน ประเทศที่เคยพึ่งแรงงานต่างชาติจะลำบากมาก
  14. นอกจากแรงงานจะหายแล้ว ทักษะงานหลายอย่างก็หายตามไปด้วยเนื่องจากเว้นว่างจากการทำงานไปนาน
  15. หุ่นยนต์ยิ่งมีบทบาทมากขึ้นอีกและจะถูกเร่งพัฒนาออกมาให้แทนปัญหาคน (แรงงานขาด คนขาดทักษะ และค่าแรงสูง)
  16. คนวัยทำงานต้องทำงานหนัก แทบไม่มีเวลาออกไปพักผ่อน เที่ยวเล่นเหมือนเดิม
  17. สิ่งที่ช่วยให้ผ่อนคลายมากที่สุด คือการเสพสื่อผ่านมือถือ
  18. ภาษากลายเป็นสิ่งสำคัญอีกครั้ง โดยเฉพาะภาษาของประเทศในโลกกำลังพัฒนาใหม่ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากโควิดเช่น อเมริกาใต้ แอฟริกาใต้ ส่วนยุโรปกับอเมริกา ฝากความหวังได้น้อยมาก 
  19. คนจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เรื่องคือด้านการป้องกันสุขภาพ ธุรกิจจะมีต้นทุนที่สูงขึ้นและเรื่องระบบป้องกัน screening ด้านความสะอาด จะมีเทคโนโลยีใหม่ๆออกมาให้เห็น 
  20. ธุรกิจอาหารที่มือผู้ขายและผู้ซื้อจะสัมผัสกับอาหารโดยตรง จะได้รับความนิยมลดลง
  21. ระบบข้อมูลสุขภาพรายบุคคล จะกลายเป็นข้อมูลสำคัญในทุกวงการ
  22. สินค้าที่คุณภาพระดับ Good Enough ในราคาที่ Affordable จะเป็นสิ่งหลักที่ขับเคลื่อนตลาด
  23. สินค้าที่วางตัวเองเป็น Premium Mass (คุณภาพดีกว่าในราคาที่คนส่วนใหญ่ซื้อได้) จะเป็นตัวผลักดันธุรกิจให้มีกำไร
  24. ธุรกิจ luxury จะซบเซาไปอีกพักใหญ่หาไม่ปรับกลยุทธ์การออกสินค้าใหม่
  25. แบรนด์เนมจะแตกไลน์ไปหาธุรกิจใหม่ที่ขายได้ โดยใช้ชื่อเสียงเดิมเป็นตัวรับประกันคุณภาพ
  26. อาชีพการตลาดแบบตรงจะกลับมารุ่งเรือง การขายแบบผ่านคนกลางจะลดบทบาทลงเพราะถูกonline แทนที่
  27. วัตถุดิบจะกลับมาราคาลดลง เพราะผ่านการซื้อขายที่ไม่ผ่านคนกลาง
  28. Lifestyle แบบ self-made ธุรกิจลักษณะ homemade จะกลายเป็นเรื่องปกติ 
  29. ผู้ที่สร้างผลผลิตได้เองจะฟื้นตัวได้ก่อน คนกลุ่มนี้คือกำลังสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจใหม่.  
  30. ส่วนตัวคิดว่าเป็นยุคที่โลกหมุนกลับมาให้คุณค่ากับอาชีพเกษตรกรรม และจะเหนือกว่าถ้าเป็นเกษตรกรรมเชิงเทคโนโลยีที่ควบคุมเรื่องคุณภาพและความสะอาด ไม่ใช่ปลูกแบบใช้ปุ๋ยหรือสารเคมี

 

เป็นงานยาก กับการปรับตัวรับมือกับเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ แต่เราจำเป็นต้องปรับตัวไปกับมันให้ได้เช่นกันนะครับ