Trick of the trade
Trick of the trade
ความสำเร็จดีใจได้วันเดียว
ความสำเร็จดีใจได้วันเดียว

หนังสือประวัติชีวิตการทำงานของคุณธนินทร์ เจียรวนนท์

สิ่งที่น่าสนใจจากหนังสือ

• ถ้าเรายอมรับว่าเก่งเท่าคนอื่น เราจะไม่มีวันพัฒนา ให้คิดไว้เสมอว่าทำอย่างไรเราจึงจะนำหน้าคนอื่นได้

• เมล็ดพันธ์พืชตราเรือบิน สินค้าของห้างเจียไต๋จึง มีการพิมพ์วันหมดอายุลงบนกระป๋องตั้งแต่ยุคนั้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า จะซื้อไปแต่ของคุณภาพดี และหากใช้ไม่หมดยังนำกลับมาเปลี่ยนได้อีก ถือเป็นการรับประกันคุณภาพที่คนอื่นไม่ทำกัน

• ลูกคนไหนลำบาก แม่จะไปหาและช่วยเหลือ ลูกคนไหนสบายแล้วต้องเป็นคนหาแม่ คือวิธีการเลี้ยงลูกของคุณแม่คุณธนินทร์ ผู้เป็นบุคคลตัวอย่างในการให้ ที่คุณธนินทร์ยึดถือเป็นแบบอย่าง

• เด็กเกเรคือเด็กฉลาด ถ้าไม่ฉลาดคงเกเรไม่เป็น การคบเพื่อนพวกนี้ต้องเข้าใจ เห็นใจ ยกย่อง ซึ่งนิสัยนี้กลายเป็นแนวทางการสร้างคนเก่งของซีพี ในเวลาต่อมา คือให้เกียรติ ให้การสนับสนุน และยกย่องคนเก่ง (ที่ปกติจะคิดอะไรแปลกใหม่กว่าคนอื่น)

• คนที่จะประสบความสำเร็จสูงสุดได้ ต้องเคยทำงานที่จุดต่ำสุดมาก่อน และทำอย่างทุ่มเท รู้ให้ลึก รู้ให้จริง

• การขยายธุรกิจจากการขายแค่เมล็ดพันธ์จนถึงฟาร์มสัตว์ สู่การขายอาหารปรุงสำเร็จ เป็นการสร้างeco system (ระบบที่ทำให้ธุรกิจเลี้ยวตัวเองได้ ดำรงอยู่ได้) ของตัวเองอย่างเต็มรูปแบบ เกษตรกรเลี้ยงสัตว์มาก็มีที่รับซื้อแน่นอน โรงงานอาหารก็มีวัตถุดิบที่ได้คณภาพแน่นอน ซึ่งแนวคิดนี้เกิดขึ้นตอนทำฟาร์มไก่เป็นครั้งแรก ต่อมาขยายสู่ฟาร์มหมูและกุ้งตามลำดับ

• ระบบ ecosystem ของหลายธุรกิจที่ซีพีสร้างขึ้น คือตัวอย่างโมเดลธุรกิจชั้นยอดที่ควรศึกษาทำความเข้าใจเพราะเป็นการมองตลาดแบบทั้งระบบ เช่นโครงการไก่ไข่ล้านตัวที่มณฑลผิงกู่ ประเทศจีน คือ 

จัดหาทุน -สร้างความเป็นเจ้าของให้กับทุกคนที่มีส่วนร่วม -ผลิต -รักษาคุณภาพ -ขาย -กำไรไปใช้หนี้ -ใช้หนี้ครบก็กลายเป็นเจ้าของเอง -อยู่ได้ด้วยตัวเอง

เห็นปัญหาและเข้าแก้ไขทุกอย่างพร้อมกันครั้งเดียว ซึ่งทักษะการแก้ปัญหาแบบนี้ที่คนเป็นเจ้าของธุรกิจต้องฝึกฝนและทำให้ได้ ไม่อย่างนั้นชีวิตจะหมดไปกับการแก้ปัญหารายวัน 

• เทคโนโลยีอาจมีความยุ่งยากในการพัฒนา แต่จะสะดวกและง่ายสำหรับผู้ใช้

• สร้างวัฒนธรรมการคิดค้นสิ่งใหม่ที่ดีกว่าอยู่เสมอ ถ้าคิดแบบนี้ได้ เราจะไม่ลังเลที่จะให้ของดีที่สุดกับใคร เพราะจะงกไปทำไมในเมื่อพรุ่งนี้เราก็จะมีของใหม่ที่ดีกว่าเดิม

• ถ้าจะลงทุนกับใคร ซีพีจะไม่ให้เขาพร้อม แต่ซีพีจะทำความพร้อมให้เกิดขึ้น เราต้องทำตัวเองให้พร้อมและอย่ามัวรอฟังคนอื่น

• เวลาไปเปิดตลาดต่างประเทศ ให้ไปเปิดด้วยธุรกิจที่เราถนัด

• การเลือกใช้เทคโนโลยี (รวมถึงสินค้าที่จะขาย) ให้เลือกที่เหมาะกับตลาด ไม่ต้องล้ำหน้ามากถ้ามันใช้งานแล้วไม่เหมาะ

• จังหวะ โอกาส และคน คือ ปัจจัยสู่ความสำเร็จ

• ธุรกิจก็เหมือนคน มีแข็งแรงบ้าง ป่วยบ้าง เวลาป่วย ก็ให้คิดแค่ว่าทำอย่างไรจึงจะอยู่รอดก่อน และเมื่อหายดีแล้วทำอย่างไรจะแข็งแรงกว่าเดิม 

• โลกนี้ไม่มีคำว่าผูกขาดตลาด มีแค่ผู้นำกับผู้ตาม เพราะตลาด
เป็นของโลก ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง

• ซีพี จะไม่แข่งกับใครในลักษณะพังกันไปข้างนึง การแข่งขันจะต้องอยู่ในกรอบเสมอ ถ้าจะใส่พลังลงไปเพื่อให้เกิดความเสียหาย สู้เอาพลังนั้นไปเจาะตลาดใหม่ที่ยังไม่มีใครแข่งด้วยจะดีกว่า

• ถอยสิบเพื่อนเอาร้อย แต่ร้อยนี้ไปเอาจากตลาดอื่น 

• มองทุกอย่าง ทุกตลาดทุกคนเก่ง ในโลกว่าเป็นโอกาสของเรา ถ้าไม่มองแบบนี้ จะเอาสมองที่ไหนมาคิดเห็นโอกาส จึงมีแนวคิดที่ว่า วัตถุดิบในโลกเป็นของซีพี ตลาดในโลกเป็นของซีพี และคนเก่งในโลกเป็นของซีพี

• เปิดกว้าง อย่าจำกัดตัวเอง

• เรื่องของคุณภาพ ให้เกิน ลูกค้าพอใจ เราเสียหาย ให้ขาด ลูกค้าต่อว่า แม้เราชดใช้ ชื่อเสียงก็ยังเสียหาย สรุปคือให้แบบพอดี ตามที่ตกลงทุกครั้ง จึงเป็นที่มาของคำว่ามาตรฐานนั่นเอง

• เวลามองอะไรเพื่อการตัดสินใจ อย่ามองมุมเดียว และอย่าเชื่อข้อมูลที่เป็นลักษณะสถิติมากจนเกินไป ควรลงไปศึกษาข้อมูลให้เห็นกับตาตัวเองจะดีกว่า

• มีมืด ก็ต้องมีสว่าง มีหนี้ ก็ต้องคืน ในยามธุรกิจรุ่งเรือง เตรียมใจรับวิกฤตหรือยัง และเมื่อวิกฤตนั้นผ่านไป เราพร้อมเข้าไปหาโอกาสใหม่นั้นแค่ไหน

• ใครที่ว่า ซีพี เป็นธุรกิจที่ชอบทำอะไรแบบผูกขาด ลองเข้าไปอ่านช่วงการบริหารธุรกิจเทเลคอมเอเชีย (โครงการโทรศัพท์พื้นฐาน ล้านเลขหมาย) จนมาถึงทรูมูฟดู จะเห็นว่า มีอะไรอีกมากที่เราลืมนึกถึงว่า ซีพี ก็เจ็บมาไม่น้อยเหมือนกัน

• สินค้าเกษตรเป็นสมบัติของชาติ การออกนโยบายคุมราคาสินค้าเกษตร เพื่อให้คนจนสามารถซื้อของกินในราคาถูกจึงเป็นนโยบายที่ผิดมาก เพราะนั่นคือการเอาความมั่งคั่งของเกษตรกรมาชดเชยความมั่งคั่งของคนจนในเมือง (ให้ชีวิตคนจนในเมือง กดราคาซื้อไว้) การไปกดราคาสินค้าเกษตรทำให้ความมั่งคั่งของชาติลดลง

• ที่ถูกต้องคือ ต้องคิดว่าทำอย่างไรให้คนจนและเกษตรกรมีรายได้มากขึ้น และการที่เกษตรกรจะมีรายได้มากขึ้นนั้นมีทางเดียว คือปรับราคาสินค้าเกษตรให้สูงขึ้น เมื่อเกษตรกรมีรายได้มาก ก็จะเอาเงินไปจับจ่ายกับเรื่องต่าง ๆ มากขึ้น สุดท้ายทุกคนจะได้ประโยชน์

• ทำธุรกิจ อย่าสู้ด้วยต้นทุนแรงงานต่ำ แต่ให้สู้ด้วยประสิทธิภาพ เพราะประสิทธิภาพที่ดีจะทำให้ต้นทุนรวมต่ำลงมาเอง

• คุณธนินทร์แนะนำด้วยว่า เกษตรกรคนเก่ง (smart farmer) คือความหวังของประเทศไทย เพราะคนเหล่านี้คือเกษตรกรที่เปิดกว้างในการรับเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ช่วยเพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพให้กับที่ดิน ต่อไป ทิศทางการเกษตรจะไม่ใช่คนมีที่ดินเล็กๆหลายคนต่างตนต่างทำอีกต่อไป แต่ต้องเป็นให้คนเก่งปลูกให้ทั้งหมดแล้วแบ่งรายได้กัน เพราะประสิทธิภาพและผลผลิตต่อไร่จะสูงกว่าแยกกันทำ

• เราต้องรู้จักรักและสามัคคีกันพี่น้อง ถ้าพี่น้องรักกัน ดินก็กลายเป็นทองได้ คือข้อคิดสุดท้ายที่ฝากไว้กับหนังสือเล่มนี้ 

ใครยังไม่ได้อ่าน อยากให้ได้อ่านกันทุกคน 
แล้วมุมมองในการทำธุรกิจของเราหลายเรื่องจะเปลี่ยนไป