Trick of the trade
Trick of the trade
Special Item vs. Limited Edition
คำถาม
วันนี้ผมเจอเหตการณ์นึงคือ ขายของที่เป็นตัวพิเศษของร้าน คือมีชิ้นเดียวเลย ขายง่าย คนซื้อจับไม่ปล่อยเลยครับ  เราควรจะเอาอันนั้นมาขายทำเพิ่ม หรือ ทำแบบลิมิเต็ทมาขายแค่2-3ชิ้นเหมือนเดิมครับ?  
 
 
คำตอบ 
สวัสดีครับ ที่ถามมา 3 ข้อนั้น เป็นคนละเรื่องนะครับ   
- ของชิ้นนั้นราคาขายเหมาะสมหรือไม่ 
- ของตัวพิเศษ  
- ของ limited edition   
 
ทั้ง 3 ข้อมีความเกี่ยวเนื่องกันบางมุม แต่ไไม่เสมอไป ทำไม่ดีอาจมีซวยนะครับ   
 
เรื่องแรกก่อน ว่าของสมราคาหรือไม่ 
ปกติ จะประเมินได้ 2 ทาง คือ 
ประสบการณ์ตรง คือลูกค้าเคยใช้ของเราแล้ว เคยเข้าร้านหรือใช้บริการของเราแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในความรู้สึกของลูกค้า คือคุณค่าของเราที่มีในความรู้สึกเค้า และคุณค่าที่เป็นนามธรรมนี้เองจะถูกมาประเมินในแบบรูปธรรมคือราคาขาย
 
ของทุกอย่างจะมีราคา ตามคุณค่าที่มันมี ราคาก็จะแปรผันตามประโยชน์หรือความรู้สึกเชิงบวกที่มีต่อสิ่งนั้น   
 
คุณค่าเยอะ มูลค่า (ราคา) ก็จะเยอะตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ   
 
สำหรับกรณีคนที่ยังไม่เคยใช้ของเรา เค้าจะประเมินคุณค่าของเราด้วยประสบการณ์ทางอ้อม เช่น ข้อมูลหรือรีวิวที่มีคนพูดถึงเรา บรรยากาศในร้านที่มีลูกค้าเต็มร้าน เวลาเห็นคนเข้าแถวยาวเพื่อรอซื้อก็จะช่วยให้เค้ารู้สึกเป็นบวกกับเรามากขึ้น (ถ้าร้านไม่มีลูกค้าเลย อาจแปลว่าร้านนี้ไม่ดี ถึงไม่มีใครเข้า)   
 
ประสบการณ์ทางอ้อม สามารถย้อมได้ด้วยเทคนิคการตลาด เช่นเกณฑ์คนมานั่งให้เต็มร้าน จ้างคนมาต่อแถวซื้อ จ้าง influencer เขียนรีวิวให้ แต่ถ้าใช้แล้วลูกค้ามาทดลองซื้อกลับไม่พอใจในคุณภาพ นั่นคือการทำลายแบรนด์ของเราด้วยมือเราเอง   
 
วิธีที่ดีที่สุด คือตั้งใจทำของๆเราให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ อย่าพยายามทำอะไรเกินตัวแล้วรักษามาตรฐานคุณภาพเอาไว้ไม่ได้  จากนั้นเจ้าของควรลงขายเองเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์และสินค้ามากขึ้น และช่วยให้ได้รับ feedback ตรงจากลูกค้าด้วยตัวเองอีกด้วย  
  
ส่วนของตัวพิเศษ คือของที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอ เช่น collection ใหม่ หรือทำมาด้วยวัสดุพิเศษ หรือ Signature Dishes ตามร้านอาหารทั่วไป   
พิเศษ คือพิเศษ ไม่ได้แปลว่ามีจำกัด (หรืออาจจำกัดก็ได้ แล้วแต่คุณ)  
 
ส่วนการทำของ limited edition นั้นถือเป็น 1 ในเทคนิคที่ทำให้ของๆเรามีคุณค่าขึ้นและขายดีขึ้น แต่ถ้าถามว่าควรจะทำขายเพิ่มหรือไม่ ต้องกลับไปดูตอนที่คุณวางขายว่า บอกไว้รึเปล่าว่า limited องคุณมันมีความหมายคลอบคลุมแค่ไหน
 
ถ้าคุณบอกว่ามีแค่ชิ้นเดียวในโลก วันนี้ขาย พรุ่งนี้มีชิ้นใหม่มา อันนี้โดนลูกค้ากลับมาจัดแน่นอนครับเพราะเข้าข่ายหลอกลวง  แต่ถ้าคุณไม่ได้บอกไว้และบังเอิญของชิ้นนั้นเหลือชิ้นเดียวในร้าน แบบนี้วันรุ่งขึ้นคุณเอาชิ้นใหม่มาขายอีกชิ้นก็ไม่มีใครว่า   
 
การวางของแบบชิ้นเดียว ถือเป็นเทคนิคการสร้างความรู้สึกให้ของน่าซื้อขึ้นครับ เพราะลูกค้า (คิดเอง)กลัวจะพลาดของชิ้นนี้ วางป้ายบอกว่า limited กับวางชิ้นเดียวแต่ไม่พูดอะไร ความหมายไม่เหมือนกันแน่นอนครับ เลือกใช้ดีๆนะครับ  ถ้าจะ limited ก็ต้อง limited จริงๆ อย่าไปหลอกลูกค้าเด็ดขาด   
 
การเป็น limited edition อาจหมายถึงของสักล็อตการผลิตนึงก็ได้ เช่นย้อมสีมาแบบพิเศษ หรรือได้ผ้าที่ผลิตจากชุมชนแห่งนี้ที่คนอื่นเลียนแบบไม่ได้ แบบนี้ก็ถือเป็น limited edition เหมือนกันนะครับ   
 
ดังนั้น การเป็น limited edition จึงสามารถเป็นได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับความหมายที่เราต้องการสื่อ   
 
Limited จึงเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้ของกลายเป็นสิ่งหายาก ราคาก็จะขยับขึ้นไปด้วยส่วนหนึ่งเพื่อจับกลุ่มเป้าหมายแฟนพันธ์แท้นักสะสมหรือนักล่าของหายากนั่นเองครับ