Trick of the trade
Trick of the trade
Panera Care ร้านขนมปังของผู้ยากไร้ในชุมชน
 ยิ่งให้ ยิ่งได้ 
ถ้าผมจะเปิดร้านขนมปังแบบไม่เน้นกำไร โดยวิธีการขายคือ ลูกค้าจะจ่ายเงินค่าขนมปังเอง โดยจ่ายเท่าไหร่ก็ได้ตามศรัทธา (ร้านไม่มีแคชเชียร์คอยเก็บตังค์นะครับ-ลูกค้าจะได้ไม่เขิน) โดยทางร้านเรียกนโยบายนี้ว่า Pay-What-You-Can คุณว่าร้านของผมจะอยู่รอดไหมครับ   
 
ผมว่าไม่น้อยกว่า 80-90% คงจะบอกว่า ผมคงเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ เจ๊งร้านคงสนิทตั้งแต่เดือนแรกๆที่เปิด   
 
แต่ร้านขนมปัง Panera Care ที่ Boston นั้น ตรงกันข้ามครับ   ร้าน Panera Care เป็นร้านขนมปังที่จัดตั้งขึ้นเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อช่วยเหลือลดปัญหาการไม่มีข้าวกินของผู้ยากไร้ในชุมชน
 
หลักการทำงานนั้นง่ายมาก คือสินค้าทุกรายการมีราคาขายตามปกติ แต่ลูกค้าทุกคนจะจ่ายเท่าไหร่ก็ได้ เอากลับบ้านได้ด้วย แถมองค์กรนี้มีการจ้างงานจ่ายเงินเดือนพนักงานตามปกติอีกด้วย ผลการดำเนินงานที่ได้ นอกจากจะไม่ขาดทุนแล้วยังเป็นกำไรอีกต่างหาก
 
หลายคนคงงงว่า มันจะกำไรได้ไงวะ เพราะมันน่าจะมีแต่เจ๊งกับเจ๊ง
 
เหตุผลที่ร้านนี้ทำกำไรได้ เพราะลูกค้าประเมินคุณค่าของร้านไว้สูงมาก ทำให้ราคาที่เค้าจ่ายสูงตามไปด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ ลูกค้า 60% จ่ายตามราคา 20% จ่ายเกินและที่เหลือจ่ายน้อยกว่า ลูกค้าที่จ่ายเกินราคาสินค้าเพราะเชื่อว่าเงินที่เค้าจ่ายนั้นไม่ได้ไปไหน เพราะยังไงก็ได้ช่วยเหลือสังคม ผู้ยากไร้ก็ได้มีขนมปังอร่อยๆไปประทังชีวิตกันต่อไป
 
องค์กรแห่งการให้มีมูลค่ามหาศาลมากในโลกที่การแบ่งปันดูจะหายากขึ้นทุกที แต่ในความหายากนั้น ยังมีคนธรรมดาๆแบบเราๆพร้อมจะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับผู้ด้อยโอกาสอยู่เสมอ
 
ผมว่าไอเดียนี้เรานำมาประยุกต์ใช้ทดลองประเมินมูลค่าแบรนด์ หรือสินค้าบางรายการของเราได้เลยว่า ลูกค้าประเมินมูลค่าสินค้าของเราไว้สูงแค่ไหน  ถ้าเค้าประเมินสูง เค้าก็จะจ่ายสูง คุณจะไม่ขาดทุนกับการทดลองครั้งนี้ ถ้าเค้าไม่เห็นค่า คุณเจ๊งแน่นอน เผลอๆของอาจจะเหลือบานก็ได้ กำหนดกรอบและวิธีการทดลองให้ดี 
 
ลองดูนะครับ แล้วคุณจะทึ่งกับผลที่ได้