Trick of the trade
Trick of the trade
การทดสอบสินค้าควรทำอย่างไร
คำถาม
เราจะรู้ได้ไงคะ ว่าราคาที่เราตั้ง มันเหมาะสมกะคุณค่าที่เราใส่ลงไปอ่ะค่ะ  จะเทสต์ยังไง มีไกด์ไลน์ไหมคะ
 
 
คำตอบ
เวลาทดสอบสินค้า ยึดหลัก 3 จริงไว้นะครับ 
 
1. ทดสอบกับลูกค้าจริง 
ในการทดสอบเราต้องทำกลับคนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายจริงๆเท่านั้นนะครับ เรื่องนี้สำคัญมากๆแต่หลายคนมองข้าม กลับไปถามเพื่อน ถามคนข้างบ้านแทน แล้วผลที่ได้มันจะดีได้ยังไง
 
ทีนี้ กลุ่มเป้าหมายเนี่ย มันไม่ได้ความแค่ เพศ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูงการศึกษา อาชีพ บ้านอยู่ไหน เชื่อชาติ สัญชาติอะไรพวกนี้แล้ว มันถูกส่วนนึงแต่ไม่พอแล้วสำหรับการทำงานยุคนี้ สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงด้วยคือ วิถีชีวิต ไลฟ์สไตล์ที่เหมือนกัน ซึ่งความเหมือนนี้มีได้ทั้ง 2 หน้าคือ เหมือนกันในด้านความชอบ เช่นชอบฟังเพลง/แต่งตัวแนวเดียวกัน ทานอาหารเฉพาะแนว ฯลฯ 
 
อีกด้านนึงคือด้านร้าย คือคนที่มีปัญหาในการดำเนินชีวิตอะไรเหมือนกัน เช่น เจอรถติดทุกวัน เสี่ยงภัยจากโจรผู้ร้ายทุกครั้งที่ออกจากบ้านเหมือนกัน มีอาการเจ็บป่วยบางประเภทเหมือนกัน
 
โอกาสธุรกิจที่ขายได้ขายดีส่วนใหญ่จะเกิดจากการเข้าไปแก้ปัญหาด้านร้ายนี้ได้นั่นเอง เพราะฉะนั้นคุณต้องมองออกไปรอบตัวเแล้วเริ่มสังเกตุว่าทุกวันเราเจอปัญหาในการดำเนินชีวิตอะไรบ้าง ปัญหาไหนที่เกิดซ้ำๆแล้วคิดแก้เรื่องนั้น
 
2. ทดสอบกับสินค้าจริง
ของที่ขายกับมูลค่าในตัวมันจะแปะติดกันเสมอ สมองมีกลไกการตัดสินใจซื้อคือ ตาเห็น สมองประเมินคุณค่าและเปรียบเทียบกับราคาที่อยู่ตรงหน้า
 
ปัญหาเกิดขึ้นตรงนี้เองว่า ถ้าคนซื้อไม่เห็นของจริง เค้าจะประเมินค่าถูกได้อย่างไร
และยังไม่นับธรรมชาติของคนซื้อ ที่จะประเมินราคาให้ต่ำกว่าคุณค่าอยู่แล้ว (กดราคา) 
ดังนั้นถ้าคุณไม่เอาของจริงไปให้เค้าตีราคา คุณอย่าหวังได้คำตอบที่เชื่อถือได้
 
หากสินค้าของคุณไม่ได้แพงเกินกว่าจะทำตัวอย่างจริง   ก็ทำของจริงออกมาทดลองเถอะ อย่าเป็นพวกเสียน้อยเสียยาก ส่วนพวก packaging ก็้พวก print on demand ช่วยลดต้นทุนจากโรงพิมพ์เอา
 
3. ทดสอบกับสถานการณ์จริง
สถานการณ์จริงคือเวลาและอารมณ์ของผู้ซื้อขณะที่เค้าเห็นสินค้าจริงของเรา ข้อนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าพวกเราแทบทุกคนไม่ได้ให้ความสำคัญเลยและนั่นเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก
 
ถ้าสินค้าของคุณมีคู่แข่งวางขายคู่กันแน่ๆ คุณก็ควรเอาของคู่แข่งมาเทียบด้วย ถ้าของๆคุณต้องมีการทดลองใช้จึงจะเห็นผล คุณก็จำเป็นที่ต้องให้คนได้ลองใช้ก่อนจะไปให้เค้าประเมินคุณค่า ถ้ามันจะถูกวางขายในลักษณะแบบไหน ตกแต่งใส่กล่องยังไงคุณก็ต้องจัดให้ครบเพื่อให้คุณค่าของมันแสดงออกมาได้อย่างไม่ขาดส่วนใดไป
 
 
ส่วนวิธีการทดสอบ ขอเล่าในวิธีที่ผมเคยทำแบบนี้ อาจจะดูหนักและยุ่งยากนิดๆ แต่ได้ผลกว่าวิธีธรรมดาแน่นอน เผื่อจะเอาไปประยุกต์ใช้ได้
 
1 เอาสินค้าจริง (จริง 2) ไปจัดวางเตรียมไว้ภายใต้สถานการณ์จริงที่คนจะเห็นสินค้าของเรา (จริง 3 ) ถ้ามีของคู่แข่งวางประกบด้วยก็ดี 
 
2 เอาเงินให้คนที่คุณจะถาม ให้มากพอที่เค้าจะซื้อของคุณได้ แล้วบอกเค้าด้วยว่า ถ้าเห็นว่าของชิ้นนี้น่าซื้อก็จ่ายเงินมา แต่ถ้าไม่น่าซื้อ ก็เอาเงินกลับบ้านไป
 
ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่งมากๆ
 
ผู้ทดสอบหลายคนเลือกจะเอาเงินกลับบ้าน เพราะว่าของตรงหน้านั้นไม่มีค่ามากพอที่จะให้เค้าเสียเงินซื้อ และนั่นมันเหมือนสถานการณ์จริงในชีวิตที่สุดแล้ว ลูกค้ากำเงินไว้ในมือและจะไม่ยอมจ่ายแน่ๆถ้าของตรงหน้าไม่ดีจริง สินค้าที่เจ๊งในตลาดเวลาขายจริง เพราะไม่ได้ถูกทดสอบด้วยขั้นตอนการทดสอบแบบนี้ 
 
ลูกค้าก็คิดแบบนี้กับของๆคุณก็เหมือนกัน 
 
ผมใช้วิธีการนี้เสมอและทุกสินค้าทีผ่านขั้นตอนนี้ไป ทุกวันนี้ยังขายได้ เจ้าของยังอยู่ดีมีสุข ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจว่าของจะขายได้ไหม เพราะเค้าทดสอบทุกย่างมาจนผ่านหมดแล้วไงครับ
 
ลองนำไปใช้ดูครับ