Trick of the trade
Trick of the trade
รองเท้า scholl ทำไมเคยดังมาก
ตอนเด็กๆ เห็นนิยม รองเท้า scholl กันมาก เลยสงสัยเส้นทาง รองเท้า scholl ว่าตอนนั้นทำไมถึงได้รับความนิยมได้ขนาดนั้นครับ

 
คำตอบ
รองเท้า scholl มีมานานกว่าร้อยปีแล้วนะครับ ไม่ได้มีแค่ 40-50 ปี
 
สาเหตุที่ทำให้ scholl อยู่มาได้อย่างยาวนานและดังพอควรในบ้านเราผมคิดว่ามีอยู่ 2 ส่วน
 
อย่างแรกคือทั้งแบรนด์ และสินค้ามีจุดขายชัดเจน เริ่มตั้งแต่ผู้ก่อตั้ง Dr William Mathias Scholl ที่เป็นแพทย์และมีความสนใจด้าน `biomechanics หรือการเคลื่อนไหวของร่างกายเรา โดยสิ่งที่ Dr. William สนจเป็นพิเศษคือความสัมพันธ์ของเท้าและสุขภาพของมนุษย์
 
ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าเท้าดี ร่างกายโดยรวมก็จะดี จึงกลายเป็นจุดกำเนิดของ Foot-Eazer ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกสำหรับการดูแลสุขภาพเท้าของ Scholl ในปี 1904
 
เพราะการวางคุณค่าของแบรนด์ให้เป็น Functional Shoes (ใส่เพื่อการรักษา เพื่อความสะดวกสบาย) ไม่ใช่ Fashion Shoes นี่เองทำให้ Scholl มีจุดขายที่ต่างจากรองเท้าอื่นๆ ลูกค้าจะเข้าใจได้ว่าถ้าอยากได้รองเท้าสวยๆตามแฟชั่นก็ไปหาแบรนด์อื่น แต่ถ้าจะหารองเท้าที่ใส่เพื่อให้เกิดความสบายหรือรักษาตัวเองก็มาใส่ Scholl 
 
การกำหนดคุณค่าแบบนี้ช่วยให้ Scholl เล่นตลาดได้กว้างคือทั้งคนป่วยและคนไม่ป่วย แต่ทั้ง 2 กลุ่มมีความอยากสบายเท้าเหมือนกัน 
 
จุดขายชัด ลูกค้าก็ชัดเจน ไม่ต้องมานั่งเถียงนั่งวิจารณ์สินค้ากัน นักออกแบบสินค้าก็ทำงานง่ายคือมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าเพื่อความสบายและคุณภาพดีที่นั้น ไม่ต้องไปตามแฟชั่นจนปวดหัว
 
อย่างที่สองคือ ดีไซน์ของสินค้าสะดุดตามาก
 
แม้ว่า Scholl จะไม่ได้วางตัวเองเป็นรองเท้าแฟชั่น แต่แบรนด์ก็ไม่ได้ละเลยเรื่องดีไซน์ของสินค้า ดีไซน์ของรองเท้าที่ขายในบ้านเรา (เฉพาะที่ยังจำติดตาผมเองนะครับ) คือรองเท้าแตะแบบในภาพ คือรองเท้าที่มีรูปทรงประหลาดๆ หนาๆและหนักกว่ารองเท้าแตะทั่วไป มีสีเป็นทูโทน ตัดกัน สีแรกจะอยู่บริเวณที่ฝ่าเท้าเราเหยียบ มีแนวโค้งตามรูปเท้า สินค้าเน้นการใช้งานตรงไหนก็เล่นสีให้เด่นตรงนั้น นอกนั้นเป็นสีที่สอง และทุกคู่สีที่เลือกใช้นี่ต้องบอกว่า แรงเปรี้ยงจัดจ้านจริงๆ ไม่มีพาสเทล ไม่มีตุ่นๆหรืออมดำ 
 
ดีไซน์สะดุดตาแบบนี้ใส่ไปไหนคนก็จำได้ครับ สินค้าโฆษณาตัวเองเรียบร้อย

 
สิ่งที่เราเรียนรู้ได้จากความสำเร็จของ Scholl คือ
1. จะขายอะไรจุดขายต้องชัด เริ่มจากการเลือกเรื่องที่เราถนัดและสนใจเป็นพิเศษ เราจะมีภูมิต้านทานความล้มเหลวสูงกว่าการทำตามคุณค่าของคนอื่น
 
2. จุดขายต้องแก้ปัญหาที่คนส่วนใหญ่ทั่วโลกมีเหมือนๆกัน ยิ่งสมัยนี้โลกเล็กลงด้วยอินเตอร์เน็ต เรามีโอกาสมองเห็นปัญหาของคนทั้งโลกได้พร้อมๆกันง่ายขึ้น
 
3. อย่าพยายามขายของให้ทุกคนบนโลก แบบเป็น Everything for Everyone เพราะคุณจะเป๋และลงทุนทั้งเงินทอง แรง เวลาและสมองสูงมาก  แต่ได้ความไม่ชัดเจนกลับมา
 
4. เมื่อกลุ่มเป้าหมายชัดเจนแล้วก็ไม่ต้องกลัวคำวิจารณ์ของคนที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย เพราะต่อให้เค้าชมแต่สินค้าเราไม่มีประโยชน์หรือแก้ปัญหาอะไรให้เค้า เค้าก็ไม่ซื้อเราอยู่ดี
 
5. จะคิด จะพัฒนาอะไรต่อก็ขอให้อยู่ยึดคุณค่านี้ไว้ตลอด อย่ารีบทิ้งคุณค่าเด่นๆไปเพราะหลายๆเรื่องต้องใช้เวลากว่าลูกค้าจะเข้าใจและยอมรับว่าเค้ามีปัญหานี้
 
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนตและข้อมูลบางส่วนจาก website scholl com ครับ