Trick of the trade
Trick of the trade
เริ่มต้นจากการตัด
วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะช่วยให้คุณพบสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเอง
คือคุณต้องรู้จักและกล้าตัดสิ่งที่ไม่ใช่คุณออกไปจากชีวิตให้ได้ก่อน
เพราะสิ่งที่ไม่ใช่ จะใช้เวลาส่วนใหญ่ของคุณไปจนหมด
จนคุณไม่เหลือเวลามาพัฒนาสิ่งที่ใช่ให้กลายเป็นจริง
 
ขอเล่าเรื่องตัวเองให้ฟัง
ย้อนกลับไป 7-8 ปีก่อน ผมก็เคยทำงานหลายอย่าง
ยุคนั้น ยุคครีเอทีฟด้านออกแบบสิ่งพิมพ์กับทำอีเวนท์อยู่ในยุครุ่งเรืองสุดขีด
ผมก็เอากับเค้าด้วย ตามฝัน อยากหล่อเหมือนชาวบ้านเค้า ไปไหนก็บอกได้ว่าทำเอเจนซี่เอง 
ชีวิตตอนคุยกับคนอื่นเรื่องความฝันมันดูสวยหรูดูดี อารมณ์เวลาบอกเล่าว่าเราจะทำอะไรนี่มันทำให้ใจฮึกเหิมมาก แม้มันจะไม่ใช่สิ่งที่เราถนัดที่สุด 
แต่อารมณ์การสนทนามันกับใจสู้ๆพาเราไปไกลแล้ว
 
แต่พอกลับมานั่งทำจริงๆ ทำไมมันห่วยจังวะ
คนที่คุยกับเราฟังเราพูดไป พยักหน้าหงึกๆ ส่งงานมาๆ เดี๋ยวพี่ดูให้
 
สุดท้ายหายไปหมด...
 
ไม่ได้โทษเค้า แต่โทษตัวเองมากกว่า ว่าเอางานห่วยๆไปรบกวนเวลาเค้าได้ยังไง
 
อนาถจิตจริงๆ
 
ช่วงเวลาเดียวกัน ก็มีงานแบบ กู้ชีพธุรกิจ กับก่อร่างวางโครงสร้างธุรกิจ เข้ามาเหมือนกัน
(เห็นรึยัง ว่าทำหลายอย่างแค่ไหน)
 
งานพวกนี้หินมาก เรียกว่าไม่มีใครอยากทำ
งานกู้ชีพบริษัทกำลังใกล้ล่มสลาย โปรเจกท์นึงกินเวลานาน วัดผลยาก มาพร้อมปัญหารอบด้าน งานวางระบบ เริ่มต้นบริษัทใหม่ก็อีกแบบ เพราะเริ่มจากศูนย์
อยากได้เร็ว ดีไม่มีรูรั่วและต้องแตกต่าง 
 
งาน 2 ประเภทหลัง เวลาคุยกับใครว่ามันต้องทำยังไง เวลาคุยมันไม่ตื่นเต้น ไฟลุกพรึ่บแบบงานเอเจนซี่ ที่ว่ามาตอนต้นเพราะมันไม่ใช่งานหล่อๆ นั่งคุยกันก็อึดอัดเล็กๆ โดยเฉพาะอีกฝ่าย
เพราะผมถามอะไรไป สะอึกตลอด เหมือนว่าผมรู้ไส้เค้าว่าจะมีปัญหาเรื่องนี้
มีสิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะคุณทำอันนี้ไว้ใช่ไหม หรือเพราะคุณปล่อยให้เรื่องนั่น โน่น นี่ เกิดมาก่อนใช่ไหม เหมือนโดนสแกนกรรมภาพธุรกิจอะไรแบบนั้น
 
แปลกตรงที่ พอคุยจบ ทุกรายโทรกลับมาให้วางแผนและเริ่มงานได้เลย 
แม้มันจะเป็นงานที่คุยไม่สนุก อาจดูไม่ใช่ความฝันเท่ๆ
แต่เราทำได้แบบไม่มีใครเหมือน นี่แหละคืองานที่ใช่ของผม
 
ผมเข้าใจความจริงข้อนี้ด้วยตัวเอง จึงเลือกตัดสิ่งที่ไม่ใช่ออกจากชีวิต
ใครถามเรื่องงานเอเจนซี่ ออกแบบสารพัด ผมส่งไปหาเพื่อนหมดทั้งๆที่ได้เงินไวกว่า งานง่าย แต่ถ้าเพื่อนมันเก่งกว่า ทำงานเร็วกว่า ก็ให้มันทำไป
 
ส่วนตัวเอง ก็ทำงานที่มันไม่ค่อยจะสนุกนี่ล่ะ แต่เราเปลี่ยนมุมมองของเรากับมัน
เช่น ถ้าเราพลิกธุรกิจนีกลับขึ้นมาได้ เราช่วยชีวิตพนักงานละครอบครัวเค้าได้อีกหลายร้อยชีวิต เราช่วยไม่ให้เกิดความเสียหาย เลิกจ้างงาน ฯลฯ
 
แม้งานไม่สนุก เราก็ทำให้มันสนุกได้ มันอยู่ทีใจเรามอง ไม่ใช่ตัวงานหรือนิยามจากคนอื่น
 
สุดท้ายอยากบอกคนที่ยังพยายามทำทุกสิ่ง ทำหลายอย่าง
พยายามเป็น Everything for Everyone ว่าหยุดได้เลย แนวทางนั้นมันใช้ไม่ได้แล้วในยุคนี้ รีบเปลี่ยนตัวเองได้แล้ว ตื่นจาฝัน หันมามองความเป็นจริง รีบหาสิ่งที่ใช่ให้ตัวเองอย่างจริงจังเสียที
 
เริ่มออกแบบชีวิตตัวเอง อยากเป็นอะร อยากทำอะไร เริ่มจากสิ่งถนัด
วาดภาพยิ่งชัด ทุกอย่างจะยิ่งง่าย
 
เหมือนเด็กในภาพกำลังทำงานฝีมือ
ถ้าเด็กอยากทำเป็นบ้านขั้นตอนก็มี แค่ 3 ขั้น 
ร่างโครง ลงลายเส้น ระบายสี
 
ร่างโครงเส้นเสร็จก็ลงรายละเอียดเพิ่มจนเห็นชัดเป็นรูปร่าง
ลากเส้นให้ชัดๆ เมื่อได้แล้วก็เริ่มลงมือตัดได้ 
อันไหนอยู่นอกโครงก็ถือเป็นส่วนเกิน ตัดออกให้หมด
 
ชีวิตเราก็เหมือนกัน
อย่าลืมออกแบบโมเดลโครงสร้างของชีวิตดีๆที่ใช่เราให้ได้ก่อน
แล้วค่อยมาระบายสีให้สวยงามตอนหลังก็ยังได้ 
 
จะหาตัวเองให้เจอ 
แค่เริ่มต้นจากการตัดสิ่งที่ไม่ใช่
แแล้วจะพบสิ่งที่ใช่ได้ง่ายขึ้น
 
เอาใจช่วยทุกคนครับ