Trick of the trade
Trick of the trade
บทเรียนจากเพื่อนเก่า ตอนที่ 1
สวัสดีจากเมืองอยุธยาครับ สัปดาห์นี้ขอหนีมาเที่ยวพักผ่อนบ้างหลังจากลากงานยาวมาหลายเดือน มาครั้งนี้มีโอกาสได้เจอเพื่อนเก่าเรียนมาด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ ตอนนั้นยังโก๊ะๆงงๆโดนเพื่อนแกล้งประจำวันนี้เป็นเสี่ยไปแล้ว 

เรานั่งคุยกันเกือบ 2 ชั่วโมงได้ข้อคิดดีๆและเทคนิคการสร้างตัวจากคนงงๆธรรมดาจนกลายเป็นซุปเปอร์เสี่ยในวันนี้มาฝากครับ
 
เพื่อนผมมาตั้งรกรากอยู่ที่อยุธยานานกว่า 20 ปีแล้ว เริ่มจากการมาทำงานตามสายที่เรียนมาและงานที่มันเรียนต้องมาทำที่อยุธยานี่แหละถึงจะเหมาะ ทำงานพักนึงเห็นลู่ทางก็ออกมาทำเอง ทำ 3-4 ปีแรก มันบอกนรกมาก เพราะต้องเจอกับเรื่องไม่คาดคิดหลายอย่าง ทั้งอ่อนประสบการณ์และสารพัดปัญหาที่สลับหน้ามาเยือน ข้อคิดที่บอกว่าเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของมัน ผมเก็บมาฝากได้ 5 ข้อ ตามนี้ครับ
 
1. เราต้องยอมหักดิบวิธีคิดของตัวเอง
ตลอดเวลาการทำงานช่วงแรก เพื่อนผม หมดตัว เจ๊ง ล้มเหลวไปหลายรอบ จนวันนึงโชคชะตาดลบันดาลให้มาพบกับ "ไอดอล" (มันเรียกของมันแบบนี้ ในความหมายทั่วๆไปน่าจะเป็น mentor)  หรือคนที่มาเป็นปรมาจารย์มาล้างวิธีคิดในใการทำงานและการใช้ชีวิต รวมถึงถ่ายทอดความรู้การทำงานให้ 

เพื่อนผมบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุดเพราะต้องหักดิบกับวิธีคิดของตัวเองที่เป็นมาทั้งชีวิต ปรับตัวไปทำตามคำสั่งและคำแนะนำของคนอื่น  ซึ่งหลายๆวิธี ชีวิตนี้จะไม่เคยคิดว่าจะต้องทำ หรือไม่รู้มาก่อนว่า ทำกันแบบนี้ก็ได้เหรอ (เรียกตามภาษาวัยรุ่นตอนนี้) จะไม่ทำตามก็ไม่ได้เพราะตัวเองหมดหนทางแล้ว และทุกสิ่งที่เป็นได้พิสูจน์แล้วว่าวิธีของตัวเองนั้นมันไม่เวิร์ค

เพื่อนผมใช้เวลาหักดิบความคิดตัวเองอยู่เป็นปี และวันนี้ยังต้องย้อนกลับไปขอบคุณตัวเองในวันนั้นที่ยอมฝืนธรรมชาติตัวเอง ไม่งั้นป่านนี้จะเละขนาดไหนก็ไม่รู้
 
2. เงินของมึง มึงต้องเฝ้า
สิ่งนึงที่ mentor ย้ำนักหนาคือ เงินของมึง มึงต้องเฝ้า นั่นคือการเป็นเจ้าของต้องลงไปหน้างานด้วยตัวเอง ยิ่งลักษณะงานเป็นแบบแก้ปัญหารายวัน เจ้าของต้องติดต่อ สร้างสัมพันธ์และตัดสินใจแล้ว เจ้าของจะห่างจากงานไม่ได้เลยโดยเฉพาะในช่วงสร้างชื่อและความน่าเชื่อถือ เมื่อสร้างบารมีขึ้นมาได้ระดับนึงแล้วจึงค่อยๆสร้างผู้ช่วยมารับช่วงงานต่อ
 
3. รับโทรศัพท์ลูกค้าและคู่ค้าทุกครั้ง ห้ามหนี 
เค้าจะโทรมาดึกดื่นแค่ไหน ไม่ว่าจะสั่งงานหรือทวงหนี้ เราต้องรับสายและคุย แม้จะเพียงรับสายแล้วบอกว่าคุยกันพรุ่งนี้เช้าได้ไหมครับ ก็ยังดีกว่าไม่รับสายมากมายนัก 
การพร้อมรับสายตลอดเวลาแปลว่าเรามีความจริงใจ ไม่หลบหน้า พร้อมจะแก้ปัญหา ช่วยเหลือหรือรับกับทุกเรื่องที่จะเกิดขึ้นเสมอ อันนี้จะทำให้เราได้เปรียบคู่แข่งเพราะเราเร็วกว่าคู่แข่งอย่างน้อย 1 ก้าวเสมอ
 
4. ใช้เมียให้เป็นประโยชน์
ข้อนี้สุดตรีนจริงครับ มันบอกว่า เรื่องเงินเรื่องทอง ชื่อการเป็นเจ้าของทุกอย่างใส่ชื่ออาซ้อไว้ เวลามีใครมารีดไถรังแก ก็โบ้ยให้ไปคุยกับเมียเพราะผมไม่มีเงิน เป็นธรรมดาเลย ผู้ชายมา3-4 คน เจอผู้หญิงนั่งตาแป๋วคนเดียวมันจะเอ่ยปากไถ มันก็อ้าปากแทบไม่ออกแล้ว เจ๋งไหมล่ะวิธีคิดของมัน
 
5. ตัดคนไม่ดีออกจากชีวิตให้เร็ว
คนไหนมาดีเราคบ คนไหนมาแย่ให้ตัดเลย ลบเบอร์ทิ้ง โทรมาไม่ต้องคุยให้เมื่อยเพราะไม่มีความสำคัญอะไรแล้ว คุยไปรังแต่จะเสียเวลา ทุกวันนี้มันบอกว่าชีวิตโคตรโล่งเพราะตัดสิ่งกวนใจออกไปหมดแล้ว
 
เราคุยกันอีกหลายเรื่องรวมถึงการขับรถพาชมเมืองเก่ายามค่ำคืนซึ่งได้ความรู้สึกไปอีกแบบ ตลอดเวลา 2 ชั่วโมงที่อยู่กับมัน รู้สึกว่าได้ประโยชน์มากกับการได้เห็นวิธีคิดและชีวิตของคนที่เริ่มต้นจากการเป็นคนธรรมดาที่ล้มแล้วล้มอีก แต่เลือกที่จะไม่ยอมแพ้ จนกลายมาเป็นเสี่ยใหญ่ในวันนี้
 
ผมยังมีเพื่อนเก่งๆอีกหลายคน กระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆเป็นเจ้าของธุรกิจหลากหลายมากๆ 
มีโอกาสไปที่ไหนต้องโทรลากมันออกมาเล่าชีวิตให้ฟังทุกครั้ง
 
ถ้ามีโอกาสจะนำมาเล่าให้ฟังอีกครับ