Trick of the trade
Trick of the trade
อย่าให้ใครเหยียบฝัน โดย เกตุวดี marumura
หนังสือ อย่าให้ใครเหยียบฝัน เป็นผลงานองคุณเกตุวดี เจ้าของเพจ Japan Gossip by เกตุวดี Marumura นักเขียนผู้มีเรื่องเล่าดีๆและด้วยภาษาเขียนที่งดงามเกี่ยวกับวัฒนธรรมและการทำงานของชาวญี่ปุ่น มาให้เราได้อ่านกันตลอด
 
หนังสือเล่มนี้ออกมาได้พักใหญ่แต่ผมเลือกเอามาอ่านในขณะที่เดินทางมาทำงานที่ญี่ปุ่นด้วยเพื่อให้ได้อารมณ์กับเนื้อหาของหนังสือ เพื่อให้ได้อารมณ์เต็มที่และต้องบอกว่าไม่ผิดหวังเลย
 
ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมใช้เวลาทำงานในญี่ปุ่นต่อเนื่องยาวนานหลายวัน ทั้งงานใหม่ที่เริ่มศึกษา ดูเชิงกัน กับงานที่จับมือเป็นคู่ค้ากันไปแล้ว สิ่งที่ผมตั้งใจจะเรียนรู้เป็นพิเศษของการมาทำงานในรอบนี้คือ วัฒนธรรมในการทำงานและวิธีคิดของคนญี่ปุ่น ว่าจะเป็นเหมือนที่ผมเคยตามอ่านมาจากผลงานของคุณเกตุเล่มอื่นๆก่อนหน้านี้
 
ผมบอกได้เลยว่า คุณเกตุเขียนอะไรไว้ยังไง คนญี่ปุ่นเค้าเป็นแบบนั้นแหละ ไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย การอ่านงานของคุณเกตุจึงช่วยให้ผมเตรียมตัวมาดีลกับคนญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น 
 
สำหรับเล่มนี้ มีเรื่องเล่าดีๆ ผ่านภาษาที่สวยงามเหมือนทุกเล่มที่ผ่านมา เรียกว่าอ่านง่ายจริงๆ คนไหนเป็นโรคอ่านหนังสือธุรกิจ/การตลาด/แรงบันดาลใจไม่ทน ขอให้เริ่มต้นใหม่จากเล่มนี้
 
หนังสือเล่าถึงคนญี่ปุนหลายคนที่เริ่มต้นอาชีพของตัว ทั้งในรูปแบบของธุรกิจเต็มรูปแบบหรือเป็นเพียงช่างฝีมือทำงานอยู่กับบ้านธรรมดา แต่สิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันคือ ความทุ่มเททั้งพลังใจและแรงกายลงไปในอาชีพนั้นเพื่อคำๆเดียวที่เรียกว่า คุณค่าที่เหนือกว่าระดับทั่วไป
 
ในแง่ของการทำธุรกิจ คำนี้เรียกว่า Value Proposition คุณค่าอะไรก็ตามที่เรากำลังทำให้ลูกค้ามาซื้อของกับเรา
 
คุณค่าที่ดีจะต้องส่งความรู้สึกตรงไปที่ใจของลูกค้า 
 
มันอาจวัดเป็นตัวเลขไม่ได้ แต่มันสัมผัสด้วยใจได้
 
ใครฟัง 2 ประโยคด้านบนไม่เข้าใจ (อะไรวะ วัดไม่ได้ แต่รู้สึกได้) ขอให้อ่านหนังสือเล่มนี้ แล้วคุณจะเข้าใจว่าการทำสิ่งมีค่านั้นเรื่องเงินเรื่องเล็ก แต่เรื่องการทำอย่างทุ่มเทนี่สิเรื่องใหญ่
 
ผมเลยอยากบอกว่า ใครอยากเห็นตัวอย่างดีๆของการทำ Value Proposition แบบญี่ปุ่น หนังสือเล่มนี้มีครบ ผมเชื่อว่าหลังจากอ่านจบ คุณจะมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำได้ชัดขึ้น เพราะหลายๆตัวอย่างในหนังสือเป็นสิ่งที่คนทุกคนทำได้ และอาจกำลังทำอยู่แล้วด้วย เพียงแต่เราลืมใส่ใจลงไปเท่านั้น
 
กลับบ้านไปทบทวนตัวเอง ใส่ใจลงไปในงานที่ทำอีกนิด แล้วคุณค่าของตัวเราเองจะชัดเจนขึ้น
 
และขอโทษทุกท่านที่ไม่สามารถรีวิวเนื้อหาในหนังสือได้ เพราะหนังสือเขียนไว้แบบคนอ่านกำลังนั่งฟังคนเขียนเล่าเรื่อง ถ้าผมเล่าก่อนคุณจะไปอ่านเองไม่สนุกและไม่อินกับเนื้อหาด้วย เป็นการ spoil หนังสือดีๆนี่เอง
 
ผมใช้เวลาอ่าน 1 ชม. 10 นาที บนขบวนรถไฟโตเกียว-สถานีฟุกุนะ ไซมทามะ รวดเดียวจบ ถ้าคุณได้อ่านแล้วก็จะวางไม่ลงเหมือนกันครับ