Trick of the trade
Trick of the trade
มากกว่าแค่การขายไข่เป็ด
คำถาม 
ตอนนี้เลี้ยงเป็ดไข่ค่ะ อยากเปิดร้านขายเอง แม่เลี้ยงอยู่อ่างทอง หนูอยู่ กทม เริ่มไม่ถูกคะ ช่วยแนะนำที  
  
 
คำตอบ 
สวัสดีครับ  
 
1. ถามตัวเองก่อนนะครับ ว่าชอบทำอะไรเกี่ยวกับเป็ดและไข่เป็ดรึเปล่า ถ้าน้องมีความรักและผูกพันกับมัน น้องก็จะเปลี่ยนเป็นธุรกิจอะไรก็ได้ที่มากกว่าขายไข่นะครับ   
 
2. ถ้าไม่ชอบ ก็อย่าคิดจะทำ ถ้าคุณแม่ไม่มีคนช่วย ก็ขายกิจการไปซะขณะที่ยังมีกำไรแล้วให้คุณแม่พักผ่อน น้องก็ดูแลคุณแม่ไป ที่แนะนำแบบนี้เพราะไม่อยากให้น้องไปทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ เพราะทำแล้วมันจะไม่มีความสุขแถมสุดท้ายจะเจ๊งเอา สู้เลิกตอนนี้แบบมีเงินติดตัวเป็นทุนไปทำอย่างอื่นดีกว่า พี่ไม่ได้แช่งนะแต่เห็นมาหลายรายเลยอดเป็นห่วงไม่ได้   
 
3. ถ้าจะทำต่อ น้องมี 3 แนวทางในการหารายได้ คือทางเป็ด ทางไข่ หรือทั้งเป็ดและไข่ ลองดูว่าตัวเองชอบแบบไหน อย่าคิดว่าการเลี้ยงเป็ดไข่แล้วเราจะหาเงินได้จากไข่เท่านั้น แต่ถ้าต้องการหารายได้จากไข่ น้องก็ต้องหาตลาดรองรับที่เค้ามีความต้องการใช้ไข่เป็นประจำทุกวันสม่ำเสมอเช่นโรงเรียน โรงงาน ค่ายทหาร หรือสถานที่ๆต้องทำอาหารเลี้ยงคนเป็นประจำ น้องก็เข้าไปเสนอเค้าโดยตรงโดยใช้จุดขายว่าเป็นไข่ส่งตรงจากฟาร์ม ตัดพ่อค้าคนกลางที่คอยจะกดราคาเกษตกรออกไปจากเรา   
 
แต่ผมว่าวิธีนั้น มันทำได้ก็ระดับนึงนะ แต่ไม่สร้างสรรค์เท่าไหร่ วันนึงก็จะโดนคนมาแข่งอีก    
ลองดูตัวอย่างที่ผมจะเล่าให้ฟังอื่นไหม เผื่อจะถูกใจนะครับ   
 
ที่อเมริกา ตอนนี้มีธุรกิจเกิดใหม่อันนึงกำลังดังมากๆ คือ ธุรกิจการเช่าไก่ไปเลี้ยงที่บ้าน (rent-a-chick) โดยธุรกิจนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มครอบครัวที่มีเด็กเล็ก และเด็กๆอยากเลี้ยงสัตว์แต่ไม่สามารถเลี้ยงและดูแลสัตว์เลี้ยงในระยะยาวได้ (ที่ต่างประเทศจะปลูกฝังเรื่องการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบมาก และมีกฏหมายลงโทษเจ้าของอย่างหนักด้วย ในกรณีสัตว์เลี้ยงไปสร้างปัญหาให้เพื่อนบ้าน) หมา แมวนั้นไม่ค่อยมีปัญหาเพราะคนเลี้ยงผูกพันอยู่แล้ว แต่ไก่ นี่มันจะน่ารักตอนเป็นลูกเจี๊ยบแต่พอโตแล้วมันไม่ค่อยจะน่ารักเท่าไหร่ แถมบางทีไล่จิกเจ้าของอีก เลี้ยงไม่เชื่องด้วย มันเลยกลายเป็นปัญหาว่า เด็กๆที่อยากเลี้ยงเฉพาะลูกเจี๊ยบก็ไมสามารถทำได้เพราะโตมาก็ไม่รู้ว่าจะเอาไก่ไปไว้ที่ไหน จะต้มกินก็คงทำใจไม่ได้    
 
โอกาสธุรกิจมันเกิดตอนนี้เอง เมื่อมีคนมองเห็นช่องว่างที่สามารถแก้ปัญหาตรงจุดนี้ได้และนำเอาความคิดสร้างสรรค์เข้ามาเป็นตัวนำ   
ธุรกิจให้เช่าไก่ไปเลี้ยงจะให้ลูกค้าเช่าไก่ไปเลี้ยตั้งแต่สัปดาห์แรกจนโต จะเช่าสัก 2-4 สัปดาห์ ก็แล้วแต่สะดวก พอครบกำหนดแล้วเอาไก่ไปคืนที่ฟาร์ม เด็กๆจะมีความสุขกับลูกไก่ตัวน้อยอย่างใกล้ชิดที่บ้านตัวเองและจะได้ไข่กลับมาเป็นค่าเลี้ยงอีกด้วยเมื่อนำไก่ส่งคืนกลับฟาร์ม ในขณะที่ฟาร์มจะได้รายได้จากค่าเช่าไก่ ค่าอาหาร ประหยัดเวลาและต้นทุนการเลี้ยงที่ถูกลงในส่วนของสถานที่เลี้ยงลูกเจี๊ยบ และลูกไก่ก็จะโตมาแบบแข็งแรงกว่าปกติเพราะมีที่เดินเล่นเต็มที่ ไม่ต้องแออัดอยู่ในฟาร์ม    
 
โมเดลนี้ต้องขอยกย่องว่าเป็นอะไรที่ Win-Win-Win จริงๆ เพราะสามารถสร้างรายได้ให้กับเจ้าของฟาร์มได้ตั้งแต่ก่อนถึงพ่อค้าคนกลาง (ส่วนที่แก้ยากที่สุดในวงจรชีวิตของธุรกิจเกษตร) ตอนนี้ธุรกิจนี้กำลังขยายตัวเร็วมากโดยเฉพาะรัฐที่มีสภาพอากาศเหมาะกับการทำฟาร์ม เช่น Wisconsin Minissota    
 
ผมยกตัวอย่างนี้ให้เพราะเห็นว่าโมเดลนี้ บ้านเราสามารถนำมาใช้ได้เหมือนกันนะครับ บ้านเราเป็นเมืองเกษตร ถ้าไม่นำเอาความคิดสร้างสรรค์เข้ามาช่วย เกษตรกรของเราคงลำบากกันไปอีกนาน   ผมอยากมีฟาร์มแห่งแรกในบ้านเราที่เปิดบริการ rent-a-duck  
เอาใจช่วยนะครับ