Trick of the trade
Trick of the trade
แกะรอยความสำเร็จ Dry Bar ร้านไดร์ผม $100 ล้าน USD
เห็นหัวข้อเรื่องแล้วก็ต้องบอกว่าคุณอ่านไม่ผิดหรอกครับ 
ผมกำลังพูดถึงธุรกิจร้านไดร์ผม หรือร้านทำผมทีให้บริการเฉพาะการสระ-ไดร์เท่านั้น 
ไม่มีตัด ซอย ทำสี ถอนหงอกอะไรๆอีกให้วุ่นวาย
 
ใครจะเชื่อว่า ธุรกิจนี้กำลังจะมียอดขายรวม $100 ล้านเหรียญ 75 สาขา ให้บริการลูกค้ามากกว่า 60,000 คนต่อเดือนทั่วสหรัฐอเมริกา หลังจากเปิดสาขาแรกเมื่อ 15 ปีก่อน ณ ใต้ถุนตึกสำนักงานแห่งนึงในมหานครนิวยอร์ก ด้วยช่างคนเดียวพร้อมไดร์เป่าผมคู่ใจ 1 อัน
 
จุดที่น่าสนใจของธุรกิจนี้คือ เจ้าของมองธุรกิจร้านทำผมได้ขาดมากว่า 90% ของผู้หญิงที่เดินเข้าร้านทำผมนั้น มาเพื่อสระ-ไดร์เท่านั้น ที่เหลือก็มาตัดผม ทำสี แต่การบริหารร้านนั้นกลับต้องยุ่งกว่ามากเพราะต้องจ่ายค่าจ้างช่างตัดผมแพงๆ ไม่นับที่ต้องสต็อกพวกอุปกรณ์ทำสีผมซึ่งราคาแพงเอาการ ทำให้ต้นทุนของร้านจมหายไปกับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ 
 
ในเมื่อลูกค้าเข้ามาเพื่อสระไดร์ ทำไมเราไม่บริการแค่นั้นล่ะ จะไปเสียเวลาทำเรื่องอื่นทำไม และนั้นคือจุดเริ่มต้นของ DryBar ร้านสระไดร์ผมสำหรับสาวๆ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ได้รับการยกย่องว่ายอดเยี่ยมที่สุดในรอบหลายปี
 
แกะรอยความสำเร็จของร้าน Dry Bar ได้ตามนี้ครับ
1. คุณค่าที่ DryBar มอบให้ผู้บริโภคคือ ตอบสนองความต้องการของผู้หญิงได้ตรงทุกประเด็นตั้งแต่ การบริการสระไดร์ด้วยทรงผมที่มีแคตตาล็อกให้เลือกก่อน และช่างทุกคนสามารถไดร์ออกมาได้เหมือนกัน แถมราคาไม่แพงมาก คุ้มค่ากว่าเปิดหนังสือแล้วไดร์เองที่บ้านตั้งเยอะ (และทำเองก็ใช่ว่าจะดีด้วย) 
 
2. Dry Bar มีบริการถึงบ้านแบบ 24 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นร้านบ้านเราเหรอ ร้านเปิด 10 โมง ทุ่มนึงก็ปิดร้านแล้วเพราะช่างผมจะดูละคร
 
3. จุดที่ทำให้ธุรกิจมีกำไรสูงกว่าคนอื่น นอกจากค่าสระไดร์ปกติแล้ว ยังมีจากการใช้น้ำยา อุปกรณ์ต่างๆของตัวเอง ที่ทำให้ได้ต้นทุนที่ถูกกว่าการซื้อของคนอื่นมาใช้แน่นอน รวมถึงค่าบริการนอกสถานที่ๆสามารถบวก surcharge ตามระยะทางและเวลานัดหมายอีกด้วย
 
4. หัวใจหลักของธุรกิจคือช่างสระไดร์ที่ให้บริการได้ในมาตรฐานระดับเดียวกันทุกคน สามารถทำแทนกันได้โดยลูกค้าไม่ต้องระบุตัวช่าง แถมค่าตัวยังถูกกว่าการจ้างช่างตัดมายืนไดร์ผม 
 
5. ตัวดีไซน์ของร้านก็เป็นจุดที่สร้างความรู้สึกราวกับตัวเองเป็นนางแบบ เซเลปเมื่อมาใช้บริการที่ร้าน ขนม เครื่องดื่มอย่างดีจัดวางไว้คอยบริการช่วยให้รู้สึกเพลิกเพลินขณะนั่งไดร์ผมไป ประสบการณ์และความรู้สึกแบบนี้ ทำเองที่บ้านไม่เคยมี 
 
6. การมีน้ำยา อุปกรณ์เป็นแบรนด์ของตัวเอง ช่วยให้แบรนด์ดูน่าเชื่อถือชึ้นและลูกค้าสามารถซื้อกลับไปใช้ที่บ้านได้อีกด้วย
 
7. ลูกค้าสามารถเลือกใช้วิธีจ่ายสมาชิกรายเดือน สระไดร์ได้ 2 ครั้ง เกินกว่านั้นลด 15% ทุกครั้ง เรียกว่าคิดเป็นราคาต่อครั้งแล้แพงกว่าทำเองไม่มากแต่ทำที่ร้านรับรองความสวย (ราคาปกติ $40 เหรียญต่อครั้ง) 8. จากร้านตัดผมที่มีรายได้อย่างมากแค่ 2 ทางคือ ตัด/สระ/ไดร์ กับขายน้ำยาทำสี หรือบำรุงผมได้บ้าง แต่ drybar กลับมีรายได้มากกว่านั้นคือค่าสมาชิกและค่าอุปกรณ์ เครื่องใช้ เช่นแปรง หวี หรือแม้หระทั่งไดร์เป่าผม ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้มีวางขายในร้านตัวเองและร้านขายอุปกรณ์ทำผมไปอีกมากมายหลายแห่งด้วย
 
9. Dry Bar มีต้นทุนต่ำกว่าร้านทำผมทั่วไปเพราะไม่ต้องจ้างช่างตัดมาประจำการ และการตัดบริการที่รายได้น้อยเช่นทำสี ช่วยลดปัญหาเงินจมอยู่ในของได้มากจริงๆ
 
ไอเดียธุรกิจเจ๋งๆแบบนี้เมืองไทยน่าจะมีบ้างนะครับ
 
และโมเดลร้านแบบนี้ ทำในบ้านเราสบายมากเพราะพฤติกรรมขงสาวไทยในการเข้าร้านทำผมนั้น ไม่ต่างจากสาวชาติอื่นเลย ลองนำไปใช้กันดู