Trick of the trade
Trick of the trade
เงินก้อนสุดท้าย ลงทุนกับอะไรดี
เงินก้อนสุดท้าย จะใช้ลงทุนเรื่องอะไรดีกว่า
 
อยากสอบถามว่า สำหรับร้านขายของแต่งบ้าน ของเก่า ที่อยู่มานาน 30 ปี สินค้าเริ่มไม่ทันยุค ร้านเริ่มไม่สวยทันยุคที่ IG traveller ต้องการ
 
ถ้าหากมีเงินก้อนหนึ่งไม่เกินห้าแสน ควรลงทุนกับอะไรก่อนดีคะ ระหว่าง สินค้า กับ รีโนเวทร้าน
 
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ
 
คำตอบ
 
สวัสดีครับ
อันนี้ขอตอบเผื่อคนทำธุรกิจอื่นๆ แบบที่มีหน้าร้านด้วยเลยนะครับ
ลองทำตามขั้นตอนนี้  อาจจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
 
1 ไม่ว่าจะคิดทำอะไรก็ตาม  ดูเงินในมือก่อนเสมอ
 
รีบสำรวจเงินของที่ร้านก่อนว่าสุดท้ายแล้วเรามีเท่าไหร่ เพราะที่บอกว่า 500,000 บาทท นั้น ถึงเวลาจะใช้จริงๆอาจมากหรือน้อยกว่าได้
-   เรามีหนี้ค้างจ่ายอะไรอีกไหม (เฉพาะหนี้ที่เกี่ยวข้องกับร้าน) ถ้ามี  ให้เตรียมกันเงินออกไว้ส่วนนึงจากก้อน 500,000 นั้น การกันเงินไว้จ่ายหนี้ ให้ดูเรื่องกำหนดชำระหนี้ด้วย ถ้าหนี้ยาว เช่นการเช่าซื้ออาคาร แบบนี้ก็กันเฉพาะเงินค่างวดได้ 3 เดือนล่วงหน้าก็พอ
-  ในทางกลับกัน เรามีหนี้ค้างรับอะไรอยู่ไหม ใครยังไม่จ่ายหนี้เรา ก็จะได้ตั้งหน้าตั้งตาทวงถามอย่างจริงจังเสียที  อย่าให้ตัวเองเป็นพวกเอ็นดูเขา เอ็นเราขาด ยิ่งทวงหนี้ได้มาก ยิ่งมีงบมาปรับปรุงกิจการได้มาก
-   นับสต็อก ของขายในร้าน  มีมูลค่าเท่าไหร่ จะขายของ ต้องพยายามทำตัวให้เบา ของแบบไหนมีมากมายหลายชิ้นซ้ำกัน ให้ลดจำนวนลง รายการสินค้าแบบไหนขายไม่ได้ให้ตัดออกจากร้าน เคยช่วยมาหลายรายแล้วที่มีอาการประมาณ ของในร้านหลายร้อยรายการ พอคัดให้เหลือเฉพาะที่ขายได้จริงๆ แค่ครึ่งเดียว ผลคือ ช่วยให้ขนาดของร้านเล็กลงอย่างไม่เคยคิดมาก่อน เบาตัวเรื่องสต็อกกับค่าเช่าไปได้เยอะมาก แถมได้โฟกัสเฉพาะสิ่งที่ลูกค้าต้องการด้วย
 
2 ต่อจากเรื่องนับสต็อกกับเช็ครายการสินค้า เมื่อได้คำตอบแล้วว่าแนวไหนขายได้ หรือขายไม่ได้ ให้เตรียมขยายรายการสินค้าเข้าร้าน อาจจะทำเป็นรูปแบบฝากขายก็ได้
 
ข้อดีของการฝากขาย คือเรามีสินค้าหลากหลายขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนเอง และเราได้ศึกษาแนวทางสินค้าไปด้วย ทำไปสักพักจะรู้แนวทาง ค่อยเอางบบางส่วนมาลงทุนกับสินค้า
 
3  เพิ่มช่องทาง เอาตัวเราไปให้ถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้
 
ขอให้ทำ 3 อย่างนี้พร้อมกัน
- เริ่มเอาของเราไปฝากขายในร้านคนอื่นบ้าง (ทำสวนทางกับข้อก่อนหน้า)
- เริ่มเอาของตัวเองไปฝากขายใน web เฉพาะทาง อันนี้เน้นมากๆ ว่าเป็นweb สากลนะครับ ไม่ใช่ web ที่คนไทยเข้าไปดู เนื่องจากโอกาสในการถูกมองเห็นต่างกันมากกกก
-  เริ่มมี web ของตัวเอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็น web ขายของตรงๆ  แต่อย่างน้อยขอให้เป็น web ที่พอบอกได้เกี่ยวกับร้านเราว่าขายอะไร (หลายคนมีแต่ IG  แต่ไม่มี website เลยต้องมาย้ำตรงนี้หน่อย) web ของเราควรเปิดให้ลูกค้า Comment + rating ตัวสินค้าได้ เป็นการ  survey ตลาดที่ใช้เงินที่สุดแล้ว เมื่อมี web แล้วค่อยคิดหาทางยิง web ของเราไปถึงกลุ่มเป้าหมายในต่างประเทศ หรือทำให้ร้านของเราเป็น destination คนต่างขาติต้องมาแวะ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เช่น มีสินค้าสวยสุด แปลกสุด แนวทางชัดเจนที่สุด ฯลฯ
 
สำหรับร้าน เคยนับจำนวน traffic คนเดินผ่านหน้าร้านเราไหม บางที ทำเลหรือศูนย์การค้าที่เราอยู่นั้นมีคนมาน้อยลงเรื่อยๆตามความนิยม มันบอกชัดเจนว่าเราอยู่ตรงนั้นต่อไปไม่ได้แล้ว กรณีลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยว อาจต้องออกศึกษาแล้วว่าเดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวไหนกับอีกไหม และ profile ของนักท่องเที่ยวที่มาบ้านเราเปลี่ยนไปแค่ไหน ยังใช่กลุ่มที่มาซื้อของเราหรือเปล่า
 
ถึงแม้เราจะปรับปรุงร้านใหม่ แต่ถ้าย่านนั้นไม่มีกลุ่มเป้าหมายเรามาเดิน  เราเสียเงินเปล่าแน่นอน
 
บทสรุปของคำแนะนำคือ
 
ถ้า traffic ย่านนั้นดี  การ renovate ร้านจะช่วยได้มาก เพราะร้านจะสะดุดตาขั้น
แต่ถ้า traffic น้อยลง ไม่ว่าจะเป็นเพราะ เสื่อมความนิยม  หรือจำนวนคนมาน้อยลงเอง  แนวทางแก้ไขคือเอาตัวเองวิ่งออกไปหาแทนจะดีกว่า
 
ส่วนเรื่องสินค้า คงต้องปรับพอร์ตบ้างครับ
 
ทั้งหมดที่ว่ามา ไม่เกิน 6 เดือนเห็นผล ทันรับฤดูท่องเที่ยวของปีนี้พอดี