Trick of the trade
Trick of the trade
มีทุนแต่รอจนตัวเองมีไอเดีย หรือลงทุนตอนนี้กับคนมีไอเดียแต่ไม่มีทุน
 

มีทุนแต่รอจนตัวเองมีไอเดีย 

หรือลงทุนตอนนี้กับคนมีไอเดียแต่ไม่มีทุน

แบบไหนดีกว่ากัน
 

คำถาม

สมมติเรามีทุนแต่ไม่มีไอเดียแต่อยากทำธุรกิจ 

เราจะรอจนกว่าเราจะมีไอเดีย หรือเราจะมองหาคนมีไอเดียแต่ไม่มีทุนดีคะ
แล้วเขาต้องคิดกันยังไงคะพี่ ถึงจะเป็นที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย

เพราะตอนนี้สนใจสินค้าที่มีคนทำขายอยู่เจ้านึงดูเขามาปีนึงละคะ


คำตอบ

ผมคิดและทำตามนี้เสมอครับ

1. ผมจะตัดสินใจลงทุนกับ 3 สิ่งนี้เท่านั้น คือ 

- สิ่งที่ผมสนใจจริงๆและมันเป็นสิ่งที่มีอนาคตหรืออยู่เหนือกาลเวลา เช่น ความรู้ อาหาร ธุรกิจที่เกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐาน

- สิ่งที่ผมมีความรู้อย่างลึกซื้งชนิดที่เรียกว่า ไม่มีใครมาหลอกผมได้ รวมถึงรู้และเข้าใจถึงปัจจัยที่จะทำให้เรื่องนั้นประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวได้อย่างชัดเจน

- สิ่งที่ผมทำเองไม่ได้และคาดการณ์ว่ามันจะดี กรณีนี้ผมจะเริ่มลงทุนแต่น้อยก่อนแล้วค่อยๆเพิ่มมูลค่า ถ้าเห็นผลตอบแทนที่ยั่งยืน ไม่ฉาบฉวย


2. ผมจะไม่ลงทุนใน

- สิ่งที่ผมควบคุมไม่ได้ เช่นหุ้น bitcoin ที่ดิน หวย

- ลงหุ้นส่วนกับเพื่อนแล้วผมกลายเป็นบุคคลเสียงข้างน้อยและไม่มีอำนาจในการบริหาร

- สิ่งที่ผมไม่มีความรู้เลย แม้คนอื่นจะสามารถทำรายได้เท่าใดก็ตาม


3. ถ้ามีทุนแล้วอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือจะไปลงทุนในธุรกิจคนอื่น ลองแบบนี้ดีไหม

- ไปทดลองซื้อของคนนั้นมาขายจริงๆดู ลองขายเองกับมือแล้วจะรู้ว่ามันตรงจริตเราไหม หรือถ้าอยากเปิดร้านอะไรสักอย่าง ก็ลองไปสมัครเป็นลูกจ้างของร้านประเภทนั้นดูสักเดือน แล้วจะเห็นความจริงของธุรกิจนั้นผ่านการลงมือทำด้วยตัวเอง ลองขายลองทำแล้วไม่เวิร์คก็จบกันไป ไม่ต้องโกรธกัน

- เอาเงินนั้นพาตัวเราออกเดินทางไปหาโอกาส เปิดมุมมองใหม่ๆก่อน เราอาจจะพบไอเดียอื่นที่ดีกว่าอันที่อยู่ตรงหน้านี้ก็ได้

ถ้ายังไม่เจอสิ่งที่ถูกใจ กำเงินไว้เถอะครับ เงินไม่มีบูดเน่าหรอก กอดไว้ให้ดี มีเรื่องให้ใช้อีกเยอะ


4. ถ้าอยากไปลงทุนในธุรกิจของใครจริงๆ ควรพิจารณาว่า

- สำรวจเป้าหมายและแนวคิดในการทำธุรกิจของเจ้าของเดิมกับคุณว่ามีความคาดหวังตรงกันไหม

ถ้าคนนีงทำเพื่อกำไรสูงสุดแต่อีกคนทำเพื่อความสุข แบบนี้ร้อยทั้งร้อยได้แตกกันแน่นอน

- นอกจากจะได้หุ้นแล้ว คุณควรจะได้สิทธิในการบริหารธุรกิจนั้นด้วย อย่าลงแต่เงินแล้วนั่งรอปันผล เพราะมันอาจจะไม่เหลืออะไรให้คุณสักบาท


5. สิ่งที่จะทำให้ยอมรับกันได้ทั้งสองฝ่าย คือการประเมินมูลค่าหุ้นซื้อขายตามเกณฑ์การประเมินที่ทำโดยคนกลาง (Valuation) เพราะจะได้ราคาซื้อขายที่ยุติธรรมที่สุดแล้ว


ลองดูนะครับ