Trick of the trade
Trick of the trade
ลงเงินเยอะ ได้หุ้นน้อย
คำถาม
 
พี่ผมปรึกษาเรื่องการมีหุ่นส่วนในธุรกิจนิดนึงครับ
 
คือ ความรู้ประสบการณ์ในธุรกิจทุกอย่างอยู่ที่ผม การลงหุ้น ที่วางไว้สัก 70 :30. ผม 70 เค้า30 แต่ให้เค้าลงทุนเป็นเงินเยอะกว่า สามารถทำได้ไหมครับ
 
 
คำตอบ
 
ทำได้ครับ แต่อยากให้คุณเข้าใจหลักการก่อน 
แล้วค่อยตัดสินใจเลือกอีกทีว่าจะเอาแบบไหนนะครับ
 
 
1. เรื่องการเข้าหุ้นส่วน ในชีวิตจริงมันจะมี 2 เรื่องผูกกันอยู่ คือทาง นิตินัย (ตามกฎหมาย) กับพฤตินัย (ในทางปฏิบัติ) เราคนไทยมักละเลยข้อ 1 มากหน่อยและชอบตกลงอะไรกันปากเปล่า เมื่อเวลามีปัญหาขึ้นมา ปัญหานั้นจะถูกตัดสินตามหลักทางกฏหมาย จึงเถียงกันไม่จบว่าเคยตกลงอะไรกันไว้อย่างไรบ้าง
 
ทางที่ดี ต้องทำทั้ง 2 อย่างไปพร้อมกัน โดยถูกต้อง โปร่งใสด้วยนะครับ
 
 
2. หุ้นแต่ละหุ้น ต้องมีมูลค่าเท่ากันเสมอ และมีสิทธิออกเสียงเท่ากัน (ยกเว้นบริษัทของคุณมีหุ้นบุริมสิทธิ ทีมีสิทธิบางอย่างแตกต่างจากหุ้นธรรมดา ถ้าสนใจ ลองไปหาอ่านหรือปรึกษาผู้ทำบัญชีของคุณดูนะ) แต่เราเป็นบริษัทเล็กๆ ก็ทำหุ้นสามัญประเภทเดียวจะบริหารง่ายกว่าครับ
 
 
3. การลงหุ้นส่วน กฏหมายกำหนดไว้เลยว่า คนใดหรือคนกลุ่มใด ที่มีจำนวนหุ้นรวมกันเกินครึ่งหนึ่ง ถือว่ามีสิทธิ์ในการตัดสินใจการดำเนินงานของบริษัท เช่น ตั้งกรรมการ (แล้วให้กรรมการไปทำหน้าที่แทนผู้ถือหุ้นอีกที) เพราะฉะนั้น ถ้ายังอยากให้ตัวเองมีอำนาจตัดสินใจและกำหนดทิศทางการทำงาน คุณต้องถือหุ้นส่วนใหญ่เท่านั้น
 
คำถามคือคน 2 คน จะเข้าหุ้นกัน คนนึงลงเงินมากแต่ให้เอาหุ้นไปน้อยๆ จะทำอย่างไร 
 
คำตอบคือ ให้แยกเงินของคนที่ลงมากเกินอัตราส่วนการซื้อหุ้น ไปเป็นเงินกู้ยืมจากกรรมการบริษัท เมื่อทำตามนี้ คนที่ลงเงินมาก จะกลายเป็นคน 2 สถานภาพ คือทั้งเจ้าของ และเจ้าหนี้
 
 
ตัวอย่าง
 
คุณเป็นคนถือหุ้นหลัก 70% เพื่อนอีกคน ถือ 30%
 
คุณจะลงเงินแค่ 700,000 เพื่อนมีเงินมาลง 2 ล้าน
 
เงินของเพื่อน 300,000 จะชำระมาเป็นค่าหุ้น เพื่อนได้ใบหุ้น 30% ไปนอนกอด
 
ส่วนอีก 1,700,000 เอาเข้าบริษัทในรูปแบบเงินกู้ยืม
 
เงินกู้นี้ เพื่อนคุณสามารถคิดดอกเบี้ยหรือไม่คิดกับบริษัทก็ได้ (แนะนำว่าควรปรึกษาผู้ทำบัญชีของคุณด้วย เพราะการจะคิดหรือไม่คิดดอกเบี้ย ขึ้นอยู่กับภาพรวมของงบการเงินด้วยว่าเหมาะสมไหม) และเงินกู้จะได้รับดอกเบี้ยแนน่นอนหากตกลงว่าจะจ่าย
 
 
ข้อดีของการทำวิธีนี้คือ เพื่อนคุณจะได้สิทธิรับชำระหนี้ดังกล่าวคืนก่อน กรณีบริษัทเลิกกิจการ (การชำระหนี้คือ เรียงตามลำดับคือ 1.เจ้าหนี้ 2.หุ้นบุริมสิทธิ์ และ 3.หุ้นสามัญ)
 
 
ข้อเสียของการทำวิธีนี้คือ คุณต้องอธิบายให้เค้าเข้าใจนี่แหละ 
เพื่อนคุณอาจจะรู้สึกไม่มั่นใจว่า ทำไมลงเงินเยอะแต่ได้หุ้นน้อย โอกาสจะชวดเงินสูงหรือไม่
 
วิธีอธิบายคือ เงินในส่วนที่เป็นเงินกู้จะได้ดอกเบี้ย แต่เงินที่ลงหุ้นจะได้รับปันผล
 และแต่ละแบบมีความคล่องตัวต่างกัน
 
 
เงินกู้ได้ดอก ไม่วุ่นวาย รอเก็บดอกอย่างเดียว
 หุ้นส่วนได้มา วันไหนจะขาย อาจไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าบริษัทอาการไม่ดี
 
 
สุดท้ายคือ อยากให้คิดไว้ว่า การจะเรียกใครมาลงหุ้น 
อย่าลืมจูนทัศนคติและมุมมองต่อการทำธุรกิจให้ดีก่อนครับ