Trick of the trade
Trick of the trade
The Greatest Showman
 The Greatest Showman

แกะรอยบทเรียนการบริหารธุรกิจจากอดีต
ที่ยังใช้ได้ดีกับยุคปัจจุบัน 

เมื่อวานระหว่างเดินทาง ผมพึ่งมีโอกาสได้ดูหนังเรื่อง The Greatest Showman ที่เข้าฉายในบ้านเราเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

หนังอ้างอิงจากชีวประวัติของ P. T. Barnum เจ้าของและผู้ก่อตั้งคณะละครสัตว์ the Barnum & Bailey Circus (1871–2017) ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะละครสัตว์ที่เปิดการแสดงมายาวนานที่สุดในโลก (146 ปี) 

ข้อคิดเกี่ยวกับการทำธุรกิจที่ได้จากหนังเรื่องนี้ค่อนข้างดีและน่าสนใจ ซึ่งผมคิดว่ามันยังทันสมัยอยู่แม้ว่าจะมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมือร้อยกว่าปีมาแล้ว 

1. การจะเริ่มต้นธุรกิจอะไรก็ตาม คุณต้องเห็นภาพมันในจินตนาการของคุณล่วงหน้าอย่างชัดเจนว่า ธุรกิจนั้นจะออกมาแล้วมันจะหน้าตาอย่างไร ใครมาจะเป็นลูกค้าและเพราะอะไร

คุณสามารถดูตัวอย่างได้จากในหนัง ช่วงที่ Barnum พยายามอธิบายและชักชวนบุคคลต่างๆให้มาเข้าร่วมเป็นกลุ่มนักแสดงของคณะละครสัตว์ (crew) ซึ่งแต่ละคนนั้นมีลักษณะแปลกเฉพาะตัว แต่ขาดความมั่นใจ ลองฟังสิ่งที่ Barnum พูดโน้มน้าวคนเหล่านั้นดูนะครับ 

2. ทุกอย่างขายได้ ถ้ารู้จักการเล่าให้มันน่าสนใจ

ในยุคนั้น คนที่มีลักษณะทางกายภาพที่แปลกจากคนปกติทั่วไปจะไม่ได้รับการยอมรับให้ใช้ชีวิตแบบปกติ (ต้องบอกว่าถูกเกลียดชังจากคนในสังคมเลยน่าจะเหมาะกว่า) การที่จะนำคนเหล่านี้มาเป็นจุดขาย Barnum ทำโดยการตั้งชื่อและให้คำนิยามใหม่ จากความประหลาดกลายเป็นความน่าสนใจให้คนอยากมาดู ซึ่งเทคนิคนี้คือส่วนหนึ่งของ Story Telling นั่นเอง 

3. คุณภาพดีจริง ยังไงก็คือแก่นหลักของธุรกิจ

มีธุรกิจมากานให้ความสำคัญการการเล่าเรื่องและเทคนิคมากมายทางการตลาด แต่กลับละเลยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของธุรกิจ นั่นคือ คุณภาพ

จากข้อ 2. ที่บอกไปแล้วว่า Barnum ได้ตั้งขื่อและให้คำนิยามของแปลกให้กลายเป็นของน่าสนใจซึ่งมันช่วยให้ขายได้มนระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้คนกลับมาดูโชว์เรื่อยๆนั่นคือความสามารถทางการแสดงของคนแปลกๆเหล่านั้นมากกว่า

ความประหลาดอาจสร้างความหวือหวาได้ชั่วครู่
แต่คุณภาพจะสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ

4. อย่าลืมคนที่เคยลำบากด้วยกันมา

ในวันที่ธุรกิจเพิ่งเริ่มต้น คนที่ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับเราคงมีอยู่ไม่กี่คน
เมื่อธุรกิจเริ่มมีชื่อเสียง อย่าลืมคนเหล่านั้น เพราะเมื่อเค้ารู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง เราอาจจะเสียพวกเขาตลอดไป

5. ถ้ามีหุ้นส่วน อย่าลืมให้เกียรติเค้าด้วย

แม้ว่าเราจะเป็นผู้ก่อตั้งหรือตัวหลักของธุรกิจ แต่การให้โอกาสและเชื่อมั่นในตัวหุ้นส่วน จะทำให้ธุรกิจมีความมั่นคงและเดินได้ด้วยตัวเองโดยไมาต้องยึดติดกับเราเท่านั้น 

6. อย่ายึดติดกับรูปแบบเดิมๆ 

มีบ่อยครั้งที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้วิธีการและรูปแบบเดิมๆใช้ไม่ได้ออกต่อไป เราต้องไม่ท้อ สิ่งที่ต้องทำคือหาโมเดลธุรกิจและวิธีการใหม่ แต่เรายังต้องรักษาแก่นคุณค่าแท้จริงของธุรกิจไว้

เราไม่ได้เปลี่ยนธุรกิจ เราแค่เปลี่ยนวิธีการนำเสนอ 
คือสูตรลับความสำเร็จที่ใช้ได้ทุกยุคสมัย

7. หาสิ่งใหม่ให้ธุรกิจอยู่เสมอ

แม้ว่า Barnum จะพาให้ The Greatest Show ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แต่เค้าไม่เคยหยุดนิ่งที่จะคิดโชว์ใหม่ๆหรือนำสิ่งที่น่าสนใจเข้ามาเสริมธุรกิจเสมอ สิ่งที่น่าสนใจตรงนี้คือ นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้วในยุคที่แทบไม่มีคู่แข่งเลย ขนาดคนที่ทำธุรกิจยุคนั้นก็ยังรู้เลยว่ามันสำคัญแค่ไหน แล้วเราทำธุรกิจกันทุกวันนี้เราหาอะไรใหม่ๆมานำเสนอให้ลูกค้าบ้าง

8. อย่าทะเยอทะยาน จนชีวิตเสียสมดุล

ในช่วงที่ธุรกิจกำลังรุ่งเรือง คนเราจะมีอารมณ์ทะเยอทะยาน อยากขยายธุรกิจขึ้นไปเรื่อยๆแบบที่เราเห็นกันบ่อยๆ คำถามที่น่าคิดต่อไปอีกนิดคือ เราจะขยายธุรกิจของเราไปจนถึงจุดไหนจึงจะถึงคำว่า พอ 

อย่าลืมว่า ทุกสิ่งที่เรากำลังทำ จะส่งผลกระทบกับเรื่องอื่นด้วยเสมอ
อย่าให้ความทะเยอทะยานมีผลกับชีวิตเรามากจนพาให้ชีวิตส่วนตัวเสียไป หรือบางคนทำงานหนักจนเสียสุขภาพไปเลยแบบที่เราเห็นกันอยู่มากมาย

สรุปแล้ว หนังเรื่องนี้ดีครับ ภาพสวย เพลงเพราะมาก แถมด้วยแง่คิดของการทำธุรกิจซ่อนอยู่เยอะแยะ ถ้าตั้งใจดูจะพบอยู่ตลอดเรื่อง อย่าลืมไปหามาดูกันนะครับ

สุดท้ายขอฝากประโยคที่ผมชอบมากที่สุดจากในเรื่อง ตอนทีภรรยาของ Barnum พูดเตือนใจเค้าไว้ว่า

"You don't need everyone to love you, just a few good people.
เราไม่ต้องการให้คนทั้งโลกมารักเรา แค่คนดีไม่กี่คน (ก็พอแล้ว)