Trick of the trade
Trick of the trade
9 สิ่งสวยงาม ที่เรามองเห็นจากการสูญเสีย
 ผมเชื่อว่าวันนี้เป็นวันที่คนไทยทั่วโลกมีความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน นั่นการคือการรู้สึกสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักที่สุดคนเดียวกัน มันเป็นความรู้สึกร่วมเฉพาะของคนไทยชนิดที่มองหน้ากันก็เข้าใจ และในวันนี้เราจะรวมใจเป็นหนึ่งเดียวเพื่อร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่กำลังจะน้อมเสด็จสู่สวรรคาลัย
 
ตลอด 1 ปี ที่ผ่านมา แม้คนไทยและประเทศไทยจะตกอยู่ในห้วงเวลาของความโศกเศร้าและสูญเสีย แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน หากเราใช้ใจมอง และพิจารณาให้ดี เราจะเห็นความสวยงามหลายสิ่งที่เราแทบไม่มีโอกาสได้เห็นมาก่อน 
 
1. เราได้เห็นสัจธรรมของชีวิต การสูญเสียครั้งนี้แม้ว่าจะเป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเราทุกคนก็ตาม แต่ในที่สุดแล้วการสูญเสียนี้ได้ชี้ให้เราเห็นหลักความจริงตามธรรมชาติ ตามหลักศาสนาพุทธ คือเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่มีผู้ใดสามารถหลีกพ้นจากความตายได้ ดังนั้น ระหว่างที่เราทุกคนยังมีชีวิตอยู่ เราควรตั้งมั่นในการทำความดีและสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมและโลกใบนี้ต่อไป ตามพระองค์ทรงทำไว้เป็นตัวอย่างมาตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์
 
2. เราได้เห็นสื่อต่างๆนำเสนอแต่เรื่องดีๆ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริในหลากหลายแง่มุม  ผ่านรูปแบบการนำเสนอที่หลากหลาย เช่นสารคดี นิทรรศการศิลปะ ทำให้คนไทยเข้าใจและเข้าถึงได้มากขึ้นที่พระองค์ทรงริเริ่มไว้ให้เราคนไทยโดยทรงมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย  ทุกสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้เราเห็นมาตลอด 70 ปีนี้เอง คือความสวยงามของผลแห่งการลงทำโดยไม่ยอมแพ้ ดังพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า เรายอมแพ้ไม่ได้เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน นั่นคือความสุขของประชาชน
 
3. นอกจากเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริแล้ว ประชาชนคนไทยยังได้มีโอกาสเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ส่วนพระองค์ในอิริยาบถต่างๆมากมาย ที่ถูกนำออกมาเผยแพร่ให้เราได้ชม ซึ่งเมื่อเรามองทุกภาพแล้ว เราจึงได้เห็นว่าพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างแท้จริง เป็นปถุชนคนธรรมดาเยี่ยงเราที่มีบทบาทของความเป็นลูกของแม่ เป็นน้อง เป็นคู่ชีวิต เป็นพ่อของลูก และเป็นหัวใจของชาติ และผมคิดว่า การที่พระองค์ทรงใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบนี้เอง พระองค์จึงเข้าใจและเข้าถึงพสกนิกรของพระองค์ได้อย่างง่ายดายและยังทำให้อดคิดไม่ได้ว่าจะมีอะไรที่เป็นสาเหตุอื่นๆอีกหนอที่ทำให้มนุษย์สักคนยอมอุทิศตนทำงานหนักเพื่อคนอื่นได้มากมายขนาดนี้นอกจากความรักที่พระองค์มีต่อประชาชนคนไทยทุกคน
 
4. เราได้เห็นคนเพียงคนเดียวที่เป็นศูนย์รวมแห่งการเป็นแรงบันดาลใจให้คนนับล้าน ด้วยพระอัจฉริยะภาพในด้านต่างๆ ทั้งด้านการทรงงาน การทูต ดนตรี ศิลปะ การประดิษฐ์ต่างๆ ทำให้เราอดนึกไม่ได้ว่า จะมีใครในโลกนี้อีกหนอที่จะมีความสามารถรอบด้านได้ขนาดนี้ และการที่ทรงพระปรีชาในทุกๆด้านนี้เอง ทำให้พระองค์เพียงผู้เดียว สามารถเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้กับคนไทยทั้งประเทศ ในทุกเรื่องและทุกด้านของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะด้านการทำงาน กิจกรรมยามพักผ่อน หรือการดำเนินชีวิตให้มีความสุข
 
5. เราได้เห็นพลังแห่งการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ตลอดเวลา 1 ปี ที่ผ่านมา เราได้เห็นยอดมนุษย์จิตอาสาจากทุกสาขาอาชีพต่างก้าวออกมาทำสิ่งดีในเรื่องที่ตนเองถนัด เพื่อช่วยกันสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นเพลง งานศิลปะ การจัดดอกไม้ รวมถึงโครงการจิตสาธารณะต่างๆเกิดขึ้นมากมาย
 
6. เราได้เห็นโบราณราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติ ซึ่งเป็นความจริงว่าไม่มีใครอยากจะห็นพิธีนี้แต่ในเมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องยอมรับ  พระราชพิธีที่มีรายละเอียดมากมาย เต็มไปด้วยเรื่องราวและความหมายนั้นเป็นตัวบ่งชี้ถึงประวัติศาสตร์ความเป็นชาติอันยาวนานได้ดีที่สุด ทำให้คนไทยสามารถภูมิใจกับศิลปะของชาติได้ว่าเราก็มีความงดงามในแบบของเราเช่นกันเ ราคนไทยจึงควรภูมิใจ รักและหวงแหนแผ่นดินไทยของเราไว้ตราบจนลมหายใจสุดท้าย
 
7. เราได้เห็นรายละเอียดของศิลปะชั้นสูงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวที่มางานพระราชพิธีนี้ รวมถึงได้เห็นการรวมตัวกันของเหล่าผู้รู้ และช่างฝีมือจากทั่วประเทศมาร่วมกันสร้างสรรค์งานที่ถือว่ายากที่สุดออกมาได้ตามกำหนดและเรียบร้อย 
 
8. เราได้เห็นคนไทยและประเทศไทยเข้มแข็งขึ้น ยอมรับในความแตกต่าง มองกันที่คุณค่าภายในมากกว่าสัญลักษณ์ภายนอก และเคารพซึ่งกันและกันมากขึ้น หากย้อนกลับไปช่วงเดือนแรกของการสวรรคต เราเห็นความขัดแย้งกันมากมายเช่นใครไม่ใส่ชุดดำถือว่าเป็นการไม่แสดงความเคารพ ฯลฯ ซึ่งจริงๆแล้ว การแสดงความเคารพนั้นเราทุกคนสามารถมีได้ภายในใจอยู่แล้ว
 
9. เราได้เห็นจุดเริ่มต้นของความความสามัคคีและพลังแห่งการสานต่อ 
ไม่แน่ใจว่ามีใครรู้สึกเหมือนผมหรือเปล่าว่า ช่วงเวลา 1 ปีทผ่านมา แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากกับการทำใจ แต่เรากลับเห็นประเทศไทยอยู่ในความสงบมากขึ้น ความขัดแย้งต่างๆลดลง และเราได้เห็นการร่วมมือกันสร้างสรรค์โรงการใหม่ๆเพื่อสานต่องานที่พระองค์ได้ริเริ่มไว้ บรรยากาศแห่งการรวมกันได้ของคนในชาตินี้เองครับ ที่พระองค์ทรงอยากเห็นมากที่สุด เพราะหากย้อนกลับไปฟังพรปีใหม่ที่ทรงพระราชทานให้เราทุกปี ทรงขอให้คนไทยมีสติ มีความรัก สมัครสมานสามัคคีกันอยู่เสมอ
 
สุดท้าย แม้ว่าค่ำคืนนี้จะดูยาวนานเหลือเกินในความรู้สึกของเราทุกคน แต่ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนจะก้าวต่อไปได้อย่างเข้มแข็งและพร้อมน้อมนำเอาคำสอนของพระองค์ไว้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อช่วยกันสร้างประเทศของเราให้น่าอยู่ มีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไป หากเราทุกคนช่วยกันคนละเล็กละน้อยนับตั้งแต่นี้ไป ประเทศไทยจะต้องดีขึ้นกว่าเดิมครับ
 
26 ตุลาคม 2560
น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
 
บริษัท ทริค ออฟ เดอะ เทรด จำกัด
สำนักพิมพ์อะไรเอ่ย