Trick of the trade
Trick of the trade
หมาน้อยสอนรวย
 
หนังสือสอนเรื่องการจัดการและสร้างวินัยทางการเงินสำหรับเด็ก โดยใช้การเล่าเนื้อเรื่องแบบนิทานเพื่อให้น่าสนใจและเข้าใจง่ายผ่านตัวละครหลักคือเด็กหญิงคนหนึ่งที่บ้านกำลังมีปัญหาการเงินและหมาน้อยหนึ่งตัว
 
แม้ว่าหนังสือจะมีกลุมเป้าหมายคือเด็กแต่ผู้ใหญ่ หรือพ่อแม่ก็สามารถนำหลักการจัดการทางการเงินไปใช้ได้ดีเช่นกันแต่บางเทคนิคอาจต้องปรับให้เหมาะกับยุคปัจจุบันเช่น % การจัดสรรเงินเข้าบัญชีเงินฝากเพื่อกินดอกเบี้ย เพราะในยุคที่หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้น (ตั้งแต่ปี 1999) ยังเป็นช่วงเวลาที่ดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่าปัจจุบันมาก การทำตามหนังสือทั้งหมดอาจได้ผลตอบแทนไม่เท่ากับวิธีการคำนวณของหนังสือ ผู้อ่านควรปรับเทคนิคตามความเหมาะสมกับรายได้ ค่าใช้จ่าย และเป้าหมายของชีวิตตัวเอง
 
อย่างไรก็ตาม การสร้างนิสัยจัดการเรื่องเงินก็ยังเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องฝึกและทำให้เป็นนิสัยอยู่ดี และจะดีมากหากเราช่วยกันปลูกฝังลูกหลานตั้งแต่เด็กๆ เพราะมันจะเป็นนิสัยติดตัวไปตลอด ต่อไปเค้าจะไม่ลำบาก
 
สิ่งที่ได้จากหนังสือ
- เงินไม่ได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เวลาที่เราไม่มีเงิน มันจะกลายเป็นสิ่งสำคัญมากอย่างไม่น่าเชื่อ
- จงทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ตั้งแต่มันเล็กอยู่ เพราะสิ่งที่ยิ่งใหญ่ทุกอย่างเริ่มต้นจากเล็กเสมอ
- คนส่วนมากไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แค่รู้ว่าตัวเองต้องการมากขึ้นเท่านั้น
- 3 ขั้นตอนที่ช่วยให้เราได้สิ่งที่ต้องการ คือ 1.เริ่มจากคิดเป็นภาพหรือจินตนาการถึงสิ่งนั้น 2. หารูปนั้นมาเก็บไว้และดูรูปนั้นทุกวัน 3. เตรียมกระปุกความฝัน เพื่อเป็นเครื่องมือเก็บเงิน (หนังสือใช้คำว่ากระปุกความฝัน เพราะฟังดูน่ารักสำหรับเด็กๆนะครับ)
- ฝันนั้นจะต้องใช้เงินมากหรือน้อย ไม่สำคัญเท่ากับตัวเราต้องมีคุณสมบัติที่พร้อมจะมีเงินก่อน เมื่อเราพร้อมจะมีเงิน เงินจะมาเอง
- ก่อนที่เราจะไปถึงเป้าหมาย เราต้องรู้ตัวและเชื่อตัวเองก่อนว่าเราจะทำได้ เมื่อเราเชื่อ ความมุ่งมั่นและวิธีการต่างๆจะมาเอง
- ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่ารีบหมดหวัง ถ้าคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันก็จะไม่มีทางสำเร็จ เพราะปัญหามันจะมาจากทิศทาที่เราไม่คิดว่ามันจะมาเสมอ
- เราจะได้ทุกสิ่ง "ที่เราต้องการมันจริงๆ" เท่านั้น
- เริ่มต้นเขียน "บันทึกความสำเร็จ" รายวัน เขียนอะไรก็ได้ที่เรารู้สึกว่าทำได้สำเร็จในวันนี้ลงสมุดไว้ ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที/วัน
- การเขียนสมุดบันทึกความสำเร็จ สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะเป็นตัวตัดสินอนาคตของเราเลย ต้องทำให้ได้ คนส่วนมากที่มีสภาพอย่างทุกวันนี้เพราะเค้าไม่รู้จัก 10 นาทีนี้
- เมื่อไหร่ที่ท้อแท้ ให้หยิบขึ้นมาอ่าน มันจะช่วยดึงโมเมนตัมของเราให้กลับมา
- ความสำเร็จมักทำให้เราลืมตัว เมื่อลืมตัว เราจะหยุดพัฒนาตัวเอง ตราบใดที่ยังเขียนบันทึกความสำเร็จ เราจะไม่ลืมตัว เพราะเราจะยังเป็นคนที่มองอะไรอย่างถี่ถ้วน ทั้งเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง เกี่ยวกับโลกและกลไกสู่ความสำเร็จ
- การจัดการเงินที่ดี คือเราต้องรู้จักหาเงิน และจัดการกับเงินที่ได้มาอย่างมีวินัย คือเก็บ ลงทุน และใช้จ่าย (ต้องเป็น % ส่วนน้อยที่สุดเสมอ)
- วิธีหาเงินที่ดีที่สุด คือพยายามแก้ปัญหาให้คนอื่นและตั้งใจทำในสิ่งที่เรารู้(และชอบ) เราทำได้ และเรามี รู้และทำแค่นี้ก็มากมายเกินพอที่จะหาเงินได้ทั้งชีวิต เพราะคนส่วนมากเอาแต่คิดถึงในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ ทำไม่ได้ และไม่มี
- ถ้าเชื่อมั่นในตัวเอง ทุกอย่างจะง่ายขึ้น คิดถึง "สิ่งที่ทำไม่ได้" ให้น้อยลง คิดถึง "สิ่งที่ทำได้" ให้มากขึ้น
- อย่าฝากชีวิตไว้กับงานเพียงงานเดียว เพราะมันอาจจบลงเร็วกว่าที่คิด (ภาษาผู้ใหญ่คืออย่ามีรายได้ทางเดียว) จงมองหาโอกาสใหม่ๆและทำงานเพิ่มเสมอ
- ทำใจเตรียมพร้อมว่าเมื่อทำงาน ปัญหาจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน คนอ่อนแอขี้แพ้จะก้าวข้ามจุดนี้ไม่ได้ และคนจะทำเงินได้ดีที่สุดก็ตอนที่เจอปัญหาที่ยากที่สุด
- สิ่งที่ควรเปลี่ยนแปลงมากที่สุดคือ ตัวเราเอง ใครที่อยากมีชีวิตที่ต็มพร้อมสมบูรณ์ และมีความสุขมากกว่าน้ี ต้องเริ่มที่การเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน
- กฏ 72 ชัวโมง คือหากเราต้องการทำอะไร เราต้องทำสิ่งนั้นภายใน 72 ชั่วโมง (3วัน) ไม่งั้นมันจะไม่เกิดขึ้นเลย
- หลักการแก้ไขปัญหาทางการเงิน 1. ถ้าใครกำลังเป็นหนี้ ให้โยนบัตรเครดิตทิ้งให้หมดเดี๋ยวนี้ 2.ทยอยจ่ายหนี้คืนให้น้อยที่สุด ซึ่งฟังอาจดูประหลาดๆ แต่ทั้งนี้เพื่อให้เรามีเงินสดเอาไปทำอย่างอื่นให้เงินเพิ่มขึ้นมา (หนังสือบอกว่า เมื่อใช้หนี้หมด หนี้เหลือ 0 และตัวเราก็มีแค่ 0 เช่นกัน แต่ถ้าทยอยจ่ายหนี้แล้วเอาเงินไปลงทุน วันที่เราปลดหนี้ได้ เรายังมีธุรกิจหรือสิ่งอื่นที่สร้างรายได้ให้เราได้) 3. สำหรับหนี้สินเกี่ยวกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน (ไม่ได้เป็นพวกผ่อนบ้าน) ให้ใช้หลัก 50-50 คือเอาเงินเก็บไว้ครึ่งนึง และอีกครึ่งเอาไปจ่ายหนี้ สุดท้ายคือ 4. ทำป้ายเตือนตัวเองติดกระเป๋าสตางค์ไว้ว่า "จำเป็นจริงๆหรือที่จะจ่ายเงินออกไป" เวลาจะซื้อของเปิดกระเป๋าสตางค์จะได้เตือนใจเราทุกครั้ง
- โลกจะมีคนที่หัวเราะเยาะเราเสมอ แต่จะมีคนที่ยกย่องเรามากกว่าเช่นกัน
- การทำความฝันบ้าๆให้กลายเป็นจริงยังง่ายกว่าการทำความฝันธรรมดาๆมากนัก
- ทำไมคนเราจึงไม่มีสิทธิ์ทำเงินจากสิ่งที่เราชอบ นี่คือคำถามที่เราต้องเตือนตัวเองว่าต้องกล้าที่จะหารายได้จากสิ่งที่เราถนัดและอย่าไปสนใจสายตาและความคิดคนอื่น คนที่เอาชนะเสียงล้อเลียนหรือเอาชนะความกลัวสิ่งที่จะทำให้ขายหน้าได้ โลกได้เปิดทางให้คนๆนั้นแล้ว
- ความจริงใจในสิ่งที่เราทำ จะทำให้งานของเรามีค่า
- หาทางเลี้ยงห่านทองคำไว้ ห่านเปรียบเสมือนการลทุน เมื่อห่านออกไข่
นั่นคือผลตอบแทน
- พยายามเลี้ยงห่านให้อ้วนเข้าไว้ จะได้ออกไข่ได้ตลอด
- คนที่มีปัญหาเรื่องเงิน คือคนที่ไม่เคยคิดเรื่องเงินตั้งแต่ยังเด็ก
- โชคดี คือผลของการเตรียมตัวดีและทำงานหนัก
- คนกล้าหาญไม่ใช่คนที่ไม่กลัวเลย แต่เป็นคนที่ก้าวต่อไปได้แม้มีความ
กลัวอยู่ก็ตาม
- ค่าแรงในการทำงานคิดเป็นครึ่งนึงของรายได้ อีกครึ่งคือค่าความคิดและความกล้าในการทำสิ่งนั้น
- เงินจะอยู่กับคนที่พร้อมเท่านั้น และเป็นตัวบอกนิสัยของเจ้าของเงินอีกด้วย เพราะเงินช่วยให้คนนั้นสามารถทำตามความฝันได้ ไม่ว่าจะเป็นในทางดีหรือร้าย
ฯลฯ
 
นอกจากนี้ หนังสือยังแนะนำเครื่องมือในการลงทุนเบื้องต้นให้เด็กๆรู้จักด้วย ได้แก่หุ้นและกองทุนรวม ซึ่งเป็นเครื่องมือมาตรฐานในยุคนั้น แต่ปัจจุบันยังมีเครื่องมือการลงทุนอีกมากมายที่เราสามารถแนะนำลูกหลานได้
 
การมีเงินใช้เยอะๆไม่ขาดมือไม่ใช่สิ่งน่าอาย เพราะการไม่มีเงินจนและปล่อยให้ตัวเองลำบากนั้นอาจเป็นสิ่งน่าอายกว่าเยอะ อย่ากลัวถ้าจะมีเงินเพราะเงินเป็นเพียงส่วนประกอบของชีวิต เราจะเป็นคนดีหรือไม่นั้นอยู่ที่เราเอาเงินนั้นไปทำอะไรมากกว่า
หากอยากให้ลูกหลานโตขึ้นมาแบบมีวินัยทางการเงิน เราต้องสร้างนิสัยต้งแต่วันนี้เพื่ออนาคตที่ดีกว่า เหมือนกับที่ Warren Buffet พูดไว้ว่า
"Someone is sitting in the shade today because someone planted a tree long time ago."
"ใครที่กำลังนั่งใต้ร่มเงาไม้ในวันนี้ได้   เพราะเค้าปลูกต้นไม้ต้นนั้นไว้นานแล้ว"
หนนังสือเล่มนี้ เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวครับ