Trick of the trade
Trick of the trade
เหตุผลผิดๆที่คิดเริ่มต้นธุรกิจ
ถ้าธุรกิจเริ่มต้นขึ้นเพราะด้วยเหตุผลต่อไปนี้ ผมรับรองว่าธุรกิจไม่รอดแน่นอน
 
1 อยากได้เงินเยอะๆ แบบไวๆ
เหตุผลที่อันตรายที่สุดในการเริ่มต้นธุรกิจคือความอยากรวยเร็ว จริงอยู่ที่การทำธุรกิจส่วนตัวจะช่วยให้เจ้าของมีรายได้เต็มที่ตามความสามารถและผลงาน แต่คุณอาจไม่รู้ความจริงหลังฉากว่า กว่าธุรกิจสักอันจะเริ่มทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำแบบที่คุณเห็นวันนี้นั้น มันมีช่วงเวลาเริ่มต้นที่ยากลำบากแค่ไหน ที่เจ้าของและทีมงานต้องฝ่าฟันจนผ่านมาได้ 
 
นอกจากนั้น เมื่อคุณเอาเงินเป็นที่ตั้ง สิ่งที่จะได้รับผลกระทบอยากหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยคือ คุณภาพของสินค้า/บริการ  การลดต้นทุนการดำเนินงาน (โดยการลดค่าจ้างพนักงาน  ค่าตกแต่งร้าน  ค่าการตลาด รอบบริการขนส่ง ฯลฯ)  และการขึ้นราคาขาย 
 
ที่พูดแบบนี้เพราะเรื่องกำไรขาดทุนนั้น มีวิธีการคำนวนเป็นสมการตายตัว คือ  
ยอดขาย (A) - ต้นทุนสินค้า (B) - ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (C) =  กำไร (D)
 
ถ้าอยากให้ D เพิ่ม คุณก็เพิ่ม A   ลดและควบคุม B, C ให้ดี
ถ้าวันไหน B หรือ C เพิ่มไม่ว่าเพราะเหตุผลอะไร  คุณก็มีทางเลือกแค่ 2 ทางที่จะรักษา D ให้เท่าเดิม  คือไม่เพิ่ม A  ก็ ลด B หรือ C
 
คนที่เอาเงินเป็นที่ตั้ง คือคนที่ไม่ยอมให้กำไรลดลงแม้แต่นิดเดียวซึ่งในชีวิตจริงนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้น การเอากำไรเป็นเหตุผลนำ เพื่อให้ธุรกิจทำเงินเยอะๆจึงเป็นแนวคิดที่ทำลายตัวเอง เพราะคุณกำลังแสดงตัวให้ลูกค้าเห็นว่าคุณเอาแต่ได้และไม่ยอมเสียสละบ้าง  สุดท้ายลูกค้าจะขาดความเชื่อใจในธุรกิจของคุณในที่สุด
 
2 แค่ชอบและสนใจเรื่องนั้น
หลายคนอาจงงว่า อะไรเนี่ย ไหนบอกว่าให้ทำในสิ่งที่ชอบไง จะได้ประสบความสำเร็จ
เอาจริงๆนะครับ ผมบอกให้เลยว่า การทำในสิ่งที่ชอบนั้นย่อมดีกว่าทำสิ่งที่ไม่ชอบอยู่แล้ว
แต่ในบทบาทการเป็นเจ้าของธุรกิจนั้น มันมีทักษะอีกหลายสิ่งที่คุณจำเป็นต้องมีและเก่งเพื่อบริหารธุรกิจให้ดำเนินไปได้ด้วยดี เช่นการบริหารเงินสด  การบริหารคน การขาย รงมถึงความสามารถในการจัดการเรื่องต่างๆอีกมากมายด้วย
 
ดังนั้น การทำในสิ่งที่ชอบให้เก่งเพียงอย่างเดียว อาจเป็นคำพูดที่เหมาะในแง่ของเลือกอาชีพที่ทำ 
แต่ไม่พอสำหรับการยกระดับทำให้เป็นธุรกิจเต็มตัวนั่นเอง
 
3 อยากทำงานเฉพาะเรื่องมีความชำนาญอยู่แล้ว
จะงงต่อไหม ถ้าบอกว่า แม้มีความถนัดด้านใดด้านหนึ่งแล้ว ก็ยังไม่พอที่จะทำให้เป็นธุรกิจ
ความชำนาญเฉพาะด้านช่วยให้คุณแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้  
 
4 เชื่อประโยคที่ว่า “คนอื่นทำได้ เราก็ทำได้”
ประโยคยอดนิยมอันดับต้นๆแห่งการสร้างแรงบันดาลใจ คือ คนอื่นทำได้ คุณก็ทำได้
ถ้าคุณแปลความหมายถูก และเอาไปใช้ในบริบทที่ถูกต้อง คุณจะได้รับประโยชน์และพลังจากมันเต็มที่ เช่นการพัฒนาตัวเอง การทำสิ่งที่ท้าทายศักยภาพของตัวเอง ให้เราก้าวไปอยู่ในจุดที่สูงขึ้น ประสบความสำเร็จมากขึ้น
 
แต่ประโยคนี้ เอามาใช้กับการทำธุรกิจไม่ได้นะครับ โดยเฉพาะในบริบทที่ว่า เห็นคนนั้นเปิดร้าน (ขายอะไรสักอย่าง) ตรงนี้ ถ้าเราเปิดแข่งบ้าง เราก็ต้องขายได้เหมือนกัน เพราะคุณไม่ได้รู้สาเหตุจริงๆทั้งหมดที่ทำให้ร้านนั้นขายดี เช่นเจ้าของและทีมงานมีความเชี่ยวชาญ รู้งานจริง มีการตลาดแน่นหรือมีฐานลูกค้ามาตั้งแต่สมัยรุ่นคุณพ่อคุณแม่สร้างไว้ก่อนแล้ว ดังนั้นการกระโจนเข้าไปทำตามเพียงเพราะเห็นคนอื่นทำอยู่แล้วจึงไม่ใช่เหตุผลที่ดีแน่นอน
 
5 อยากเอาชนะคำดูถูก
แม้ว่าคนที่ประสบความสำเร็จหลายคนอาจมีจุดเริ่มต้นมาจากการถูกดูถูก ว่าทำไม่ได้หรอก ไม่มีทางทำได้ 
แต่ดูให้ดีๆว่า คำดูถูกเหล่านั้น เป็นการดูถูกในภาพรวม ว่าใครสักคนไม่มีทางทำอะไรสำเร็จหรือมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ แต่เรามักไม่ค่อยเห็นคำดูถูกแบบเฉพาะเจาะจงว่า คุณไม่มีทางทำธุรกิจโลจิสติกส์  ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจขายสมุนไพร ฯลฯ อะไรแบบนี้
อีกด้านนึงผมกลับคิดว่า คำดูถูกนั้นที่แท้จริงอาจเป็นคำเตือนด้วยความหวังดีจากผู้พูดก็ได้ เพราะผู้พูดอาจรู้จักตัวคุณมากกว่าตัวคุณเองในบางแง่มุมก็ได้ คุณจึงควรรับฟังคำพูดเตือนเหล่านั้นด้วยใจเป็นกลาง ถอดวางอคติออกไว้ แล้วคุณจะได้ประโยชน์จากคำพูดนั้นมากกว่าที่คุณคิด
 
มีคำดูถูกอีกแบบที่มักพบบ่อยๆคือ ไอเดียแบบนี้ไม่มีทางทำเป็นธุรกิจได้หรอก 
ถ้าคุณเจอแบบนี้ คุณจะเอาชนะอย่างไร?
 
คำตอบที่ดีน่าจะเป็นว่า ให้เริ่มต้นทำไอเดียของคุณในขนาดเล็กๆก่อน ลงแต่ความคิดกับแรง อย่าพึ่งรีบลงเงิน
ค่อยๆทำ ศึกษาและทดลองจนกว่าจะได้ผลเป็นที่น่าพอใจติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอย่างน้อย 5-6 เดือน
ตรวจสอบกระแสการแข่งขันว่ามีใครตามเข้ามาแข่งกับเราได้ไหม เพราะถ้าคุณทำได้ไม่ถึง 6 เดือนก็มีคนเปิดศึกด้วยแล้ว แปลว่าธุรกิจนั้นมีภูมิคุ้มกันต่ำมาก คาดการณ์อนาคตได้เลยว่าการแข่งขันสูงแน่นอน
 
แล้วธุรกิจที่มีคู่แข่งใหม่เข้ามาง่ายๆ ใครอยากขายแข่งก็ทำได้ ยังจะเป็นธุรกิจที่น่าทำอยู่ไหมในความรู้สึกของคุณ คิดว่าคุณคงหาคำตอบได้ไม่ยาก
 
6 ตามกระแส
กระแสคือกระแส มาแล้วก็ผ่านไปไม่ยั่งยืน แล้วถ้าคุณติดจะทำตามกระแสความนิยม ในจังหวะที่คุณเข้าไปนั้น คุณรู้ได้อย่างไรว่าคุณเป็นผู้เข้าเร็วแล้วออกก่อน หรือเข้าตอนช่วงความนิยมเป็นขาลงแล้ว แต่หนักที่สุดและพบได้เยอะที่สุดด้วยคือ พวกที่เพิ่งโดดเข้าไปตอนตลาดวายแล้ว 
เพราะ “ตลาดวาย” ในนิยามของผมคือ มีแต่คนขาย ไม่มีใครซื้อ ไม่มีกำไร ไม่มีอนาคต
คุณคงไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นใช่ไหมครับ
 
7 อยากมีอำนาจ อยากเป็น CEO และได้รับการยอมรับว่าเป็นเจ้าของธุรกิจ
เหตุผลที่แม้นานๆจะเห็นสักทีแต่ก็มีอยู่ตลอด นั่นคืออยากทำธุรกิจส่วนตัวเพราะอยากมีตำแหน่งเป็น CEO ผู้มีอำนาจสั่งการ และได้ชื่อว่าเป็นผู้กุมบังเหียนนำธุรกิจไปสู่ความสำเร็จ เหตุผลนี้มักเกิดกับผู้ที่ทำงานประจำแล้วรู้สึกองค์กรทำงานไม่ถูกใจสไตล์ตัวเอง หรือเห็นว่าตัวเองทำงานให้คนอื่นแล้วตัวเองไม่ได้อะไรดีไปกว่านี้ สู้เสี่ยงออกไปทำเองดีกว่ายังไงเราก็ทำได้แน่นอน โดยเฉพาะการออกไปทำธุรกิจประเภทกับบริษัทเดิมของตัวเอง เพราะทำหลายๆอย่างมากับมือทั้งนั้น
 
มันจริงอยู่ที่คุณทำหลายๆอย่างมาด้วยตัวเอง แต่อย่าลืมว่ามันก็ยังมีงานอีกหลายอย่างหลายหน้าที่ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนด้วยซ้ำว่ามันจำเป็นต้องทำเพื่อให้ธุรกิจโดยรวมเดินหน้าต่อโดยเรียบร้อย เช่น ออกเอกสารทางบัญชี การบริหารและดูแลพนักงานให้เป็นหนึ่งเดียว ดูแลงานสั่งซื้อ บริหารสต็อก ฯลฯ ตอนที่คุณทำงานประจำในตำแหน่ง คือทำแค่ 1-2 อย่างจากที่ว่าไป แต่เมื่อคุณเป็นเจ้าของ คุณต้องรู้และดูแลทั้งหมด คุณจะทำไหวไหม ถามตัวเองให้ดี
 
ถ้าใครยังคิดจะเริ่มธุรกิด้วยเหตุผลที่ว่ามาข้างต้น คุณยังมีโอกาสเปลี่ยนใจนะครับ