Trick of the trade
Trick of the trade
อยู่เป็น
2-3 เดือนที่ผ่านมา บ้านเรามีคำๆนึงที่ฮิตมาก นั่นคือคำว่า “อยู่เป็น”
ความหมายที่ใช้กันบ่อยๆมักจะเป็นทักษะในการเอาตัวรอดโดยเฉพาะในที่ทำงาน ว่าต้องรู้จักวางตัวให้ดี ดูแลลูกค้าได้ เอาใจเจ้านายเป็น อะไรแบบนี้
แต่ อยู่เป็น สำหรับผม มีความหมายกว้างกว่านั้นและเป็นทักษะสำคัญที่ผมคิดว่าเราต้องเรียนรู้และฝึกฝนให้ได้จริงๆ
 
การอยู่เป็น ของผมหมายถึง การรู้จักทำกาย ทำใจให้มีความสุข สามารถปรับตัวเองให้เข้ากับสภาวะจริงรอบตัวที่เปลี่ยนไป
 
ยิ่งโลกปัจจุลันที่สภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไปมาก เราจึงจำเป็นต้องฝึกให้กับตัวเองและจะดีมากถ้าได้ฝึกให้เด็กๆรุ่นหลังด้วย
 
1. อยู่กับตัวเอง
เราเกิดมาคนเดียว และจำเป็นต้องใช้ชีวิตด้วยตัวเองเพียงลำพังให้ได้ อย่าเอาชีวิตเราไปผูกกับคนอื่น การจะทำได้นั้นเราต้องหาให้เจอก่อนว่าเราทำอะไรเรื่องใดแล้วเรามีความสุข สงบเหมือนพักผ่อนตลอดเวลา
 
ผมเรียนรู้เรื่องนี้จากแม่ผมเอง (แม่บอกพ่อสั่งไว้เสมอตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ว่าต้องอยู่เองให้ได้ อย่าหวังพึ่งลูก) ปัจจุบันแม่ผมสามารถอยู่บ้านได้คนเดียวเป็นอาทิตย์ๆกับหนังสือกองโตโดยไม่ออกไปไหนเลย หนักกว่านั้นคือจะทำอะไรก็ไม่ต้องการลูกด้วย ขับรถเอง ไปหาหมอเอง ฯลฯ อย่างมากก็แค่โทรมาถามทาง แม่บอกว่าทุกคนมีเรื่องยุ่งเยอะแยะแล้ว คุณว่าคนที่มีแนวคิดแบบนี้ในการดำเนินชีวิตนี่เจ๋งไหม?
ความสุขในการอยู่คนเดียวของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันนะครับ อย่าคิดว่าหนังสือคือทางออกเท่านั้น บางคนอาจต้องเดินทางออกไปไหนๆ บางคนชอบเข้าวัด บางคนชอบออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านเจอผู้คนบ้างแต่เมื่อเสร็จธุระแล้วก็กลับ อันนี้เราต้องหาของเราเองให้เจอจริงๆจะได้เตรียมตัวให้พร้อม เช่นถ้าชอบเดินทางก็ต้องเริ่มเก็บเงิน และดูแลร่างกายตั้งแต่วันนี้ ไม่งันจะเอาแรงเอาเงินจากไหนไปเที่ยวได้ตลอด
 
2. อยู่กับคนอื่น
แม้จะพึ่งบอกไปว่าให้อยู่คนเดียวให้ได้ แต่มนุษย์ก็เป็นสัตว์สังคมอยู่ ในที่นี้ ผมจึงหมายความถึงการรู้จักวางตัว กำหนดใจให้เหมาะสมในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม มองคนให้เป็นคน ให้เกียรติผู้อื่น มีมารยาท อ่อนน้อมเมื่อเจอผู้ใหญ่ มีใจเมตตาต่อผู้ด้อยกว่า ฟังเหมือนง่ายๆแต่ถ้าตั้งใจมองจริงๆแล้ว ผมว่าสังคมเรากำลังมีปัญหาเรื่องนี้นะครับ และผมเชื่อว่าเราร่วมกันแก้เรื่องนี้ได้ ขอแค่เราตั้งใจมองคนให้เป็นคน ลดกำแพงทางสังคม เช่นฐานะ ตำแหน่งงานออกไปแล้วเราจะมีความสุขในการอยู่ร่วมกับคนอื่นมากขึ้นเยอะ
 
3. อยู่กับธรรมชาติ
ผมไม่ได้พูดไปไกลถึงเราต้องช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ แต่ผมกำลังบอกว่าเราควรเรียนรู้ที่จะอยู่กับทุกสิ่งรอบตัวในแบบที่มันเป็นบ้าง ไม่งั้นเราจะเครียดเกินไปหากเราคาดหวังจะได้ทุกอย่างเป็นดั่งใจเรา หรือไม่ก็ต้องดิ้นรนมากมายเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งนั้น
 
ผมห่วงเด็กๆรุ่นหลังมากๆกับเรื่องนี้ในยุคที่มีสื่อ เรื่องราวต่างๆมากมายให้เค้าเลือกดูได้ตามใจเช่นของเล่น สถานที่เที่ยวแปลกตามากมาย แต่แปลกตรงที่เด็กกลับไปรู้ว่าหน้าในซอยบ้านเราก็มีที่สนามเด็กเล่นได้สนุกได้ตามวัยเช่นกัน หรือการหาของเล่นก็ไม่จำเป็นต้องซื้อหมดนะ แค่หาเอาของในบ้านมาแปลงเป็นอะไรเล่นสนุกๆก็ได้ ผมว่าเราต้องมีความสุขกับสิ่งรอบตัวให้ได้ ไม่งั้นเราจะลำบากมาก เพราะการแสวงหาของไกลตัวมาไว้กับเรานั้น ไม่ใช้เงินก็ต้องใช้ความพยายามมหาศาล
 
โลกหมุนไปตลอดเวลา ทุกสิ่งที่วิ่งเข้ามาหาเราย่อมเปลี่ยนไปเช่นกัน 
เราจึงต้องเตรียมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลง ทำตัวเองให้พร้อม อยู่เป็นกับทุกสถานการณ์ให้ได้เสมอนะครับ